ประกายไฟย้ายบ้านไปที่ http://iskragroup.blogspot.com

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ ประกายไฟเสวนา หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"

ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ ประกายไฟเสวนา หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"
บ่ายวันอาทิตย์ที่ 28 นี้ ที่มูลนิธิ 14 ตุลา(ตึกหน้าชั้นใต้ดิน)


เค้าโครงประกายไฟเสวนา
หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"
12.00-16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2552
ณ.ห้องประชุม(ตึกหน้าชั้นใต้ดิน) มูลนิธิ 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ


“ค่าย”ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักเรียนนักศึกษา นักกิจกรรมหรือนักเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ทุกฝ่าย ทุกอุดมการณ์ใช้เพื่อจัดตั้ง สร้างกระบวนการเรียนรู้ กล่อมเกลา หรือเรียกสั่นๆว่าการ "สร้างคน"ขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอื่นๆต่อไป


หากย้อนกลับไปคงยากในการสืบว่ากิจกรรมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบ"ค่าย"นั้นมีจุดเริ่มต้นทั้งในประเทศและสากลมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าเป็นค่ายที่เป็นกิจกรรมของนักศึกษา โดยเฉพาะของธรรมศาสตร์น่าจะเป็นเริ่มจากค่ายที่นักศึกษาธรรมศาสตร์จัดร่วมกับยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2501 แล้วกิจกรรมของนักศึกษาที่เรียกว่า "ค่าย"ก็ได้เป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน แน่นอนมีหลากหลายอุดมการณ์ ซึ่งไปค้นในคำค้นจาก Google โดยใช้คว่า "นักศึกษา ค่าย"แล้ว จะได้ประมาณ 1,490,000 คำค้น และก็แน่นอนอีกเช่นกันที่ในล้านกว่านั้นจะประกอบไปด้วยหลากหลายอุดมการณ์ อย่างไรก็ตามในนั้นก็ย่อมมีค่ายที่มุ่งหวังที่จะหล่อหลอมให้คนที่ผ่านค่ายมาแล้ว"สร้างอะไร"ให้กับสังคมตามอุดมการณ์ของแต่ละค่าย แต่ถึงกระนั้นสังคมไทยปัจจุบันก็ยังมีปัญหามากมาย


ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดข้อสังสัยต่อกิจกรรมดังกล่าวว่าจะเป็นคำตอบของปัญหาหรือไม่ จึงนำมาซึ่งการสรุปบทเรียนร่วมกันของคนที่ทำกิจกรรมต่างค่ายต่างช่วงเวลากัน ด้วยการเสวนาเพื่อสรุปบทเรียนในหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร" อันจะนำไปสู่การทบทวนและปรับปรุงกิจกรรมดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสามารถตอบโจทย์ได้มากขึ้นต่อไป


วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เกิดการสรุปบทเรียนการทำกิจกรรมค่ายต่างๆของคนต่างรุ่น ต่างค่าย ร่วมกัน
2. เพื่อหาแนวทางการทำกิจกรรมค่ายหรือกิจกรรมอื่นๆให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลร่วมกัน


กำหนดการกิจกรรม ประกายไฟเสวนาหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"


12.00-13.00 น. ลงทะเบียน


13.00-16.00 น. ประกายไฟเสวนาหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"

นำเสวนาโดย

คุณสมชาย มีเหม็ง อดีตนักศึกษานักกิจกรรม 14 และ 6 ตุลา
คุณเมธา มาสขาว อดีตเลขาธิการ สนนท. ปี 44
คุณวีรนันท์ ฮวดศรี กลุ่มบุหงาศานติ นักกิจกรรมรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ดำเนินรายการโดย

คุณรัชพงศ์ โอชาพงศ์ กลุ่มประกายไฟ


ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
E - mail prakaifire@gmail.com หรือ bus4530219@hotmail.com
รัชพงศ์ โอชาพงศ์ (เฉื่อย) 084-6601664
หรือ เทวฤทธิ์ มณีฉาย (บัส) 089-2583641

http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/
http://prakaifire.blogspot.com/
http://prakaifiregroup.hi5.com/

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ประกายไฟเสวนา ตอน “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”

เสวนาเชิงปฏิบัติการ



“รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน

หลักการ

นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญถึง 18 ฉบับ ลักษณะร่วมที่สำคัญของรัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับก็คือ หลักการ เป้าหมาย และกระบวนการร่างที่จำกัดผูกขาดและตอบสนองผลประโยชน์เฉพาะกับบุคคลไม่กี่กลุ่ม ซึ่งเป็นชนชั้นนายทุน อภิสิทธิ์ชน คนร่ำรวย ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับบทบาทของนักวิชาการหอคอยงาช้าง ทหาร นักกฎหมาย และข้าราชการ ซึ่งไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับคนธรรมดาๆซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม ผลก็คือ รัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับล้วนแล้วแต่พูดถึงแต่หลักการของการบริหารจัดการสถาบันทางการเมืองของรัฐเท่านั้น โดยไม่ได้แตะต้องหรือแก้ไขปัญหาใหญ่ของสังคมไทย นั่นคือ ความไม่เท่าเทียม การกดขี่ขูดรีด และการไม่มีความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง
การที่สังคมไทยมีรัฐธรรมนูญมากถึง 18 ฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่มีที่มาจากการทำรัฐประหารและมาจากการร่างกันขึ้นของคนไม่กี่คนนั้น เป็นภาพสะท้อนอย่างดีว่า รัฐธรรมนูญไม่สามารถและไม่มีวันจะทำหน้าที่เป็นกติกาหรือหลักการสูงสุดของการปกครองดูแลสังคมอย่างที่ตั้งใจไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังจะดำเนินการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกเราในฐานะที่เป็นองค์กรภาคประชาชน ไม่ควรจะไว้วางใจให้รัฐบาล เนติบริกร รวมไปถึงนักวิชาการหอคอยงาช้างจำนวนหนึ่งทำหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประชาธิปไตยแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งแน่นอนว่า รัฐธรรมนูญหรือระบอบการเมืองการปกครองที่มาจากปลายปากกาของคนเหล่านี้คงจะไม่สอดคล้องกับการสร้างรัฐสวัสดิการ ประชาธิปไตยที่กินได้ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งเป็นความต้องการของพวกเราเป็นแน่แท้
ดังนั้น นี่จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของพวกเราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ “การเมืองภาคประชาชน” ที่จะทำหน้าที่กำหนดวิถีชีวิตและรูปแบบการปกครองของพวกเราเอง กลุ่มประกายไฟ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการเสวนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับตัวแทนพี่น้องเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และตัวแทนของนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่จะมาแลกเปลี่ยนเพื่อหาคำตอบร่วมกันว่า “รัฐธรรมนูญที่ดี ที่ตอบสนองความต้องการของพวกเรา และที่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรมีหน้าตาอย่างไร”





กำหนดการ
เสวนาเชิงปฏิบัติการ “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน


12.00 – 13.00 น. ลงทะเบียน
13.00 – 16.00 น. เสวนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”
นำเสนอโดย
บุญรอด สายวงศ์ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ
เจียระไน นะแส กลุ่มสะพานสูง ธรรมศาสตร์
แบงค์ งามอรุณโชติ กลุ่มแรงคิด
ดำเนินรายการโดย
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กลุ่มประกายไฟ



บรรยากาศ ประกายไฟเสวนา ตอน “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”

วิทยากรจากขวามือไปซ้ายมือ คุณเจียระไน นะแส กลุ่มสะพานสูง ธรรมศาสตร์ คุณษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กลุ่มประกายไฟ

คุณบุญรอด สายวงศ์ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และคุณแบงค์ งามอรุณโชติ กลุ่มแรงคิด

ผู้เข้าร่วมงานประกายไฟเสวนา นักศึกษา แรงงาน นักกิจกรรมและประชาชนทั่วไป ประมาณ 60 ท่าน

พร้อมถ่ายทอดสดผ่านทางเวปนิวสกายไทยแลนด์

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แถลงการณ์ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษา ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้

(โทษทีครับเอาของเก่ามาลง พอดีจะรวบรวมกิจกรรมของกลุ่มครับเลยต้องเอามาลง)


1 กันยายน 2551

จากเหตุการณ์การชุมนุมยืดเยื้อและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอันเป็นความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายชนชั้นนายทุน มิใช่การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของชนชั้นล่างอย่างแท้จริง กลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อสังคม ดังต่อไปนี้
1. เราคัดค้านการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตำรวจทหารในการปราบปรามผู้ชุมนุมทางการเมือง และการประกาศสภาวะฉุกเฉินของฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งการเรียกร้องยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น การเรียกร้องให้ทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองเข้ามาทำรัฐประหาร
2. เราต้องไม่ประณามวิธีการต่อสู้ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือวิธีการที่ไม่ใช่ "สันติวิธี" ไม่ว่ากลุ่มนั้นๆจะมีจุดยืนทางการเมืองแบบใดก็ตามหากเป็นการกระทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับรัฐ เช่น การชุมนุมแบบปิดถนน การยึดสถานที่ราชการ และการนัดหยุดงานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งวิธีการทั้งหมดนี้เป็นวิธีการต่อสู้ทางการเมืองของชนชั้นล่างทั้งในประเทศและในระดับสากลในการต่อสู้กับความยุติธรรมปลอมๆที่สร้างขึ้นโดยระบบทุนนิยมและรัฐตลอดมา
3. เราคัดค้านแนวทาง "การเมืองใหม่" ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เสนอให้ตัวแทนของประชาชนในรัฐสภามาจากการแต่งตั้ง หรือที่เรียกว่า "70: 30" ซึ่งข้อเสนอเช่นนี้เป็นข้อเสนอที่จำกัดสิทธิในทางการเมืองของชนชั้นล่าง เราเสนอว่า ทางออกจากปัญหาดังกล่าวต้องใช้วิธีการปฏิรูปและพัฒนาสถาบันทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อสนับสนุนและเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนมากกว่าที่จะเป็นการถอยหลังเข้าคลองไปสู่ระบอบเผด็จการเช่นข้อเสนอของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
4.อันเนื่องมาจากการเมืองทั้ง 2 ขั้วในปัจจุบัน คือ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างแสดงจุดยืนทางการเมืองแบบชาตินิยมและอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ซึ่งจุดยืนทางการเมืองเช่นนี้ไม่ใช่ข้อเสนอหรือแนวทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์จริงของคนชั้นล่าง ทั้งที่เป็นกรรมกร เกษตรกร คนจนเมือง ฯลฯ เราในฐานะกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์นี้เสนอให้มีการพูดถึงการปฏิรูปการเมืองและสังคมโดยมีการเก็บภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีที่ดินจากคนร่ำรวย เพื่อการสร้างรัฐสวัสดิการที่ดูแลชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตายอย่างเป็นรูปธรรม


กลุ่มประกายไฟ
กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง
สหพันธ์สิ่งทอและเครื่องหนังแห่งประเทศไทย