<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611</id><updated>2011-07-30T20:10:59.515-07:00</updated><title type='text'>กลุ่มประกายไฟ</title><subtitle type='html'>&lt;p&gt;“กลุ่มประกายไฟ” เป็นกลุ่มกิจกรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่สนใจศึกษาเรียนรู้และต้องการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมอย่างถึงราก พร้อมๆกันนั้นเราก็สนใจศึกษาเรียนรู้และทดลองใช้ทฤษฎีมาร์กซ์วิเคราะห์สังคม 

&lt;p&gt;รวมทั้งทดลองเสนอทางออกของสังคมตามการวิเคราะห์นั้น 

&lt;p&gt;“กลุ่มประกายไฟ” เป็นเพียงกลุ่มกิจกรรมเล็กๆเฉกเช่นเดียวกับชื่อของกลุ่ม แต่ประกายไฟเล็กๆนี้ก็อาจขยายกลายเป็น “ทะเลไฟ” ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;/p&gt;&lt;/p&gt;</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>31</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-5552863857447716004</id><published>2010-05-29T20:22:00.000-07:00</published><updated>2010-05-29T20:36:33.233-07:00</updated><title type='text'>Iskra Music : เหมือนไม่มีอะไร</title><content type='html'>เพลงเหมือนไม่ีอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขับร้องโดย Homo erectus&lt;br /&gt;ทำนอง/เนื้อร้อง โดย เฉื่อย ประกายไฟ&lt;br /&gt;ตัดต่อ MV โดย กอล์ฟ  ประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/VxowIAdg6rM&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/VxowIAdg6rM&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตึกสามารถสร้างใหม่ได้  แต่ชีวิตคนสร้างใหม่ไม่ได้&lt;br /&gt;ภายใต้สังคมที่เราเผชิญอยู่ กระแสที่มองเห็นความสำคัญของตึกมากว่าชีวิตคนชนชั้นล่างที่สูญเสียและบาดเจ็บ &lt;br /&gt;จะแปลกอะไรที่เสียงพวกเขา พื้นที่ๆพวกเขาจะยืน จึงถูกทำให้ไม่มีและไม่ได้ยิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-5552863857447716004?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/5552863857447716004/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=5552863857447716004' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5552863857447716004'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5552863857447716004'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2010/05/iskra-music.html' title='Iskra Music : เหมือนไม่มีอะไร'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-228986994572241665</id><published>2009-11-14T09:19:00.000-08:00</published><updated>2009-11-14T09:53:00.925-08:00</updated><title type='text'>ประกายไฟเสวนา ตอน “สถานีต่อไป : แปรรูป รถไฟ รถเมย์!?”</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sv7tr0fCR9I/AAAAAAAAC1M/EoOqmK-p90Y/s1600-h/%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%972.GIF"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 226px; DISPLAY: block; HEIGHT: 320px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5404017939970148306" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sv7tr0fCR9I/AAAAAAAAC1M/EoOqmK-p90Y/s320/%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%972.GIF" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Poster by Palida Nam Prakarapho&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.00 – 16.00 น. วันอาทิตย์ ที่ ….พฤศจิกายน 2552&lt;br /&gt;@ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สืบเนื่องจากกรณี ที่กิจการรถไฟประสบปัญหาในการเดินรถและให้บริการประชาชนไม่มีคุณภาพ เ กิดการขัดข้องในการให้บริการจนล่าสุดเกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางทำให้มีประชาชนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุจากการที่รัฐให้งบประมาณสนับสนุนการพัฒนาระบบการขนส่งและเดินรถให้บริการประชาชนไม่เพียงพอ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นดังได้กล่าวแล้วนั้น รัฐบาลกลับมองว่าเกิดจากสาเหตุที่รัฐเป็นเจ้าของกิจการดำเนินงานเอง ทำให้กลไกการทำงานขาดประสิทธิภาพต้องให้เอกชนเข้ามาดำเนินการแทน(Privatization)จึงจะทำให้ปัญหาที่ประสบอยู่ลดลงหรือหมดไปในที่สุด เช่นเดียวกับกรณีรถเมล์เอ็นจีวี4,000คันที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายทางการคมนาคมและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชน โดยรัฐบาลอ้างว่าเพื่อเป็นการลดการขาดทุนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)แทนที่จะเพิ่มรัฐบาลจะจัดการดูแลอย่างเต็มที่ เพิ่มงบประมาณในการสนับสนุนกิจการรถไฟและรถเมล์อันเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความพยายามในการใช้ข้ออ้างวิกฤตการณ์เรื่องประสิทธิภาพและการขาดทุนของทั้งรถไฟและรถเมล์ของรัฐบาลเพื่อ “ปฏิรูป”องค์กรทั้งสอง โดยการดำเนินนโยบายแปรรูปองค์กรทั้งสองให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่เอกชนเข้ามาบริหารจัดการนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพและรูปแบบการจ้างงานของกรรมกรทั้งสององค์กรที่ถ้านโยบายถูกนำไปปฏิบัติจะทำให้เกิดการขูดรีดแรงงานมากขึ้น อัตราการว่างงานสูงขึ้น ที่สำคัญประชาชนซึ่งเป็นกรรมกรโดยส่วนใหญ่ยังต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นจากนโยบายแปรรูปทั้งๆที่เสียภาษีให้แก่รัฐไปแล้ว นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดเพราะสาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจดูแล ทุ่มเทงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรดังได้กล่าวแล้วข้างต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่ามีแนวโน้มที่จะส่งผลเสียต่อพี่น้องแรงงานของทั้งรถไฟ,รถเมล์, ขบวนการแรงงานโดยรวมเพราะทั้งสององค์กรมีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน การจ้างงานรูปแบบใหม่หลังจากแปรรูปรัฐวิสาหกิจย่อมส่งผลกระทบต่อการรวมตัวของพี่น้องแรงงานและขบวนการแรงงานในการสร้างอำนาจต่อรองกับนายจ้างและนโยบายที่ไม่เป็นธรรมของรัฐ และโดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำซึ่งเข้ารับบริการสาธารณะดังกล่าวที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะต้องเข้ามาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการขั้นพื้นฐานทั้งสองนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรภาคประชาชนฝ่ายต่างๆจะต้องระดมความคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กันสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น อันจะนำไปสู่การหาทางออกที่ควรจะเป็น ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีในการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง และเป็นการให้การศึกษาแก่สาธารณชนชนทั่วไปให้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว นำไปสู่การเกิดประโยชน์สูงสุดต่อขบวนการแรงงาน ภาคประชาชน และสาธารณชนโดยรวมต่อไป ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มประกายไฟที่มีสมาชิกส่วนหนึ่งเป็นพี่น้องแรงงานและองค์กรพันธมิตรจึงขอทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมในลักษณะของการเสวนาเชิงปฏิบัติการ นี้ ภายใต้ชื่อกิจกรรม ประกายไฟเสวนา ตอน “สถานีต่อไป : แปรรูป รถไฟ รถเมย์!?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล ความคิดเห็นกรณีที่รัฐฉกฉวยสถานการณ์ในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและทำลายขบวนการแรงงานทางอ้อม แนวทางการต่อสู้ในอดีต ความสำเร็จและล้มเหลวจากการต่อสู้ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เพื่อให้ได้แนวทางร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและทำลายขบวนการแรงงานทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้าและยุทธศาสตร์การพัฒนาในอนาคตต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียน พูดคุยกันตามอัธยาศรัย&lt;br /&gt;13.00 – 16.00 น. เสวนา ในหัวข้อ “สถานีต่อไป : แปรรูป รถไฟ รถเมย์!?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำเสวนาโดย&lt;br /&gt;เก่งกิจ กิติเรียงลาภ กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;ปกรณ์ อารีกุล สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;br /&gt;วณัฐ โคสาสุ ฝ่ายการเมือง องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย&lt;br /&gt;สลิลทิพย์ ณ พัทลุง กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียดได้ที่ 084 660 1664 รัชพงศ์ โอชาพงศ์ ประกายไฟ&lt;br /&gt;หรือ 089 258 3641 bus4530219@hotmail.com เทวฤทธิ์ มณีฉาย&lt;br /&gt;http://prakaifire.blogspot.com/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-228986994572241665?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/228986994572241665/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=228986994572241665' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/228986994572241665'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/228986994572241665'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/11/blog-post.html' title='ประกายไฟเสวนา ตอน “สถานีต่อไป : แปรรูป รถไฟ รถเมย์!?”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sv7tr0fCR9I/AAAAAAAAC1M/EoOqmK-p90Y/s72-c/%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%972.GIF' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-6001448393757220429</id><published>2009-10-27T17:28:00.000-07:00</published><updated>2009-10-27T17:34:10.605-07:00</updated><title type='text'>จดหมายถึงเมืองไทย ภาพตัดต่อหกตุลาและภาพตัดต่อคานธี ความเหมือนที่จบต่าง</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SueQ7MQYoFI/AAAAAAAACt8/bTvRXaSqIzc/s1600-h/images.jpg"&gt;&lt;img style="TEXT-ALIGN: center; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 97px; DISPLAY: block; HEIGHT: 113px; CURSOR: hand" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5397442025003458642" border="0" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SueQ7MQYoFI/AAAAAAAACt8/bTvRXaSqIzc/s320/images.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;&lt;br /&gt;5 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt;New Delhi Republic of India&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้สำหรับคนทั่วๆไปในสังคมไทยวันนี้ก็คงเป็นแค่วันธรรมดาคนหนึ่ง สำหรับสังคมที่ลืมง่ายอย่างสังคมไทยแล้วภาพชาวพุทธคนหนึ่งเอาเก้าอี้หวดไปที่ศพของคนอีกคนหนึ่งอย่างไม่ปราณีปราศัยบริเวณท้องสนามหลวงตรงข้ามวัดพระแก้วสถานที่ศักสิทธิของศาสนาพุทธศาสนาที่ว่ากันว่าสอนถึงความเมตตาคงเป็นภาพที่ถูกลืมไปแล้วพร้อมๆกับตัวเลขในปฎิทินที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดีสำหรับผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อในเหตุการณ์หรือผู้รักความธรรมที่ได้ศึกษาประวัติศาตร์การเมืองที่ชุ่มไปด้วยเลือดของรัฐไทย ภาพอันน่าอัปยศนี้คงจะเป็นอะไรที่ลืมไม่ลง จุดเริ่มต้นของการสังหารโหดเมื่อเช้าตรู่วันที่หกตุลานั้นมาจากภาพการแสดงละครล้อระหว่างการประท้วงการกลับเข้าประเทศของพระถนอม จากกรณีการอุ้มฆ่าและแขวนคอสองพนักงานการไฟฟ้าที่ติดโปสเตอร์ประท้วงการกลับมาของพระถนอม ผู้ชุมนุมที่กรุงเทพได้ทำการแสดงละครล้อเพื่อประท้วงการสังหารโหดครั้งนี้ทว่านั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความโหดร้าย ได้มีผู้นำภาพการแสดงละครล้อนั้นเผยแพร่และปลุกระดมว่าผู้ชุมนุมดูหมิ่นบุคคลสำคัญของชาติและต้องการทำลายสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่ง มีการถกเถียงกันต่างๆนานาว่าภาพนี้มีการตัดต่อหรือไม่และถ้ามีการตัดต่อใครเป็นคนทำไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรทว่าภาพเจ้าปัญหานี้ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การนองเลือด จดหมายฉบับนี้ผมคงจะไม่พูดถึง6ตุลาในแง่ประวัติศาสตร์เพราะคงมีคนพูดถึงกันมากแล้วอีกทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อมคงจะพูดถึงเรื่องราวต่างๆได้ดีกว่าผมที่ยังคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้กระทั้ง8ปีหลังเหตุการณ์แต่อย่างไรก็ดีภาพบางภาพที่ผมได้เห็นเมื่อสองสามวันก่อนระหว่างที่กำลังศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียนี้ได้จุดประกายให้ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองตุลาคมเป็นวันคล้ายวันเกิดของคานธีผู้ที่ ผู้นำการต่อสู้คนสำคัญคนหนึ่งของอินเดียที่ต่อสู้เพื่อการเป็นเอกราชจากอังกฤษจนได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของประเทศ วันเกิดของเขากลายเป็นวันหยุดประจำชาติและใบหน้าของเขาก็ได้ถูกพิมพ์ลงในธนบัตรทุกราคาที่ใช้ในประเทศนี้ จากตรงนี้คงไม่ต้องบอกว่าสำหรับสังคมอินเดียเขาได้รับการยกย่องมากแค่ไหน ทว่าเนื่องจากคานธีเป็นผู้มีหัวอนุรักษ์นิยมเชิงศาสนาและเชื่อมั่นในระบบวรรณะกลุ่มคนชั้นล่างกลุ่มหนึ่งจึงไม่ค่อยชอบใจนโยบายที่อิงศาสนาและมองสังคมผ่านแว่นระบบวรรณะของคานธี เมื่อวันที่สองที่ผ่านมาขณะไปซื้อข้าวที่แคนทีนผมได้เห็นภาพโปสเตอร์ภาพหนึ่งของกลุ่มนักเรียนที่มาจากวรรณะระดับล่างเชิญชวนให้ไปร่วมฟังการเสวนาในหัวข้อว่าคานธีกับความรุนแรงที่มีต่อคนวรรณะล่าง บนโปสเตอร์มีภาพตัดต่อเอาหน้าของคานธีไปวางบนร่างของแรมโบ้กล้ามใหญ่ถือปืนกระบอกโต ที่ร่ายยาวมานี้ดูเหมือนว่ามันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์หกตุลาเลย แน่นอนว่าคานธีนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหกตุลาแต่สิ่งที่ผมกำลังจะสื่ออยู่ตรงที่การเปรียบเทียบความเหมือนกันในเหตุการณ์(ภาพตัดต่อ)กับผลลับที่แตกต่างระหว่างที่อินเดียกับไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับอินเดียคนอินเดียโดยส่วนใหญ่มองคานธีอย่างศรัทธาและชื่นชมทว่าเมื่อกลุ่มนักศึกษาที่มีความเห็นต่างทำการติดโปสเตอร์ที่ตัดต่อรูปของคานธีกับแรมโบกลุ่มผู้ที่สนับสนุนคานธีกลับไม่มีการดำเนินการต่อต้านที่รุนแรง ไม่มีการใช้กำลัง เข้าทำร้ายผู้ติดโปสเตอร์หรือเข้าไปทลายการเสวนาของกลุ่ม ตรงจุดนี้นี่เองที่แสดงถึงเสรีภาพในการแสดงออกและการยอมรับความแตกต่างอย่างสันติ สิ่งที่ผู้สนับสนุนคานธีทำคือการติดโปสเตอร์หรือการจัดเสวนาตอบโต้เท่านั้นซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งปกติตามระบบประชาธิปไตยทว่าไม่มีการก้าวล่วงไปสู่การใช้กำลังใดๆทั้งสิ้น สิ่งนี้แหละที่สังคมไทยยังขาดไปนั่นคือการยอมรับความเห็นต่างและเสรีภาพในการแสดงออก แม้ว่าในมุมหนึ่งอินเดียอาจจะดูเป็นสังคมที่ปิดกว่าไทยเช่นด้วยว่ามีปัจจัยด้านศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นเช่นการแต่งกายที่นี่ผู้หญิงดูจะแต่งกายมิดชิดกว่าผู้หยิงไทยหรือด้านความเป็นเมืองและความเจริญทางวัตถุที่อินเดียดูจะล้าหลังแต่ทว่าด้านสิทธิเสรีภาพและการเคารพในความเห็นต่างทางการเมืองเราดูจะล้าหลังกว่าเขาหลายขุม การที่ภาพล้อเลียนคานธีไม่นำไปสู่เหตุการณ์2ตุลาที่นี่ ขณะที่ในไทยภาพละครล้อจากการชุมนุมได้นำไปสู้การเข่นฆ่าที่ทารุณจากน้ำมือของผู้ที่ปาวารณาตนว่าเป็นชาวพุทธผู้มีเมตตาโดยมีสถานที่สำคัญทางศาสนาพุทธเป็นฉากหลังเหตุการณ์ที่มีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนี้กลับมีจุดจบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกตุลาในแง่นึงมันคือประวัติศาสตร์ที่จบไปแล้วแต่หากเรามองอีกมุมหนึ่งหกตุลาก้อยังคงเกิดขึ้นวนเวียนอยู่บ่อยๆที่หลายครั้งหลายคราการแสดงความเห็นต่างได้จบลงด้วยความรุนแรงแม้จะไม่เท่าระดับหกตุลานั่นไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์รูปแบบเดียวกันจะไม่เกิดขึ้นอีก ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่กำลังเข้มขึ้นไปทุกขณะในปัจจุบันนี้ถ้าสังคมไทยยังไม่ยอมรับความต่างอย่างสันติเหตุการณ์หกตุลาอาจหวนคืนมาอีกในเวอร์ชันที่รุนแรงกว่าก็เป็นไปได้ สุดท้ายนี้ผมคงขอร่วมไว้อาลัยให้กับเหยื่อหกตุลารวมไปถึงผู้ถูกปราบปรามและสังหารโดยไร้ความอยุติธรรมทุกท่านและขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่สูญเสียคนรัก ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หกตุลารวมไปถึงเหตุการณ์รุนแรงอื่นๆและผู้ที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคมเพียงเพราะความเห็นต่างทุกท่านครับหวังว่าฝันร้ายเมื่อปี2519คงจะไม่หวนกลับมาหลอกหลอนสังคมไทยอีกคราหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;ด้วยจิตคารวะ&lt;br /&gt;Benjamin Franklin&lt;/div&gt;&lt;div align="right"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="right"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;Comment by แมน ประกายไฟ&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;หลังจากอ่านจบแล้ว ถ้าผมเข้าใจประเด็นไม่ผิด นำเสนอเรื่องการยอมรับความคิดที่แตกต่างแม้ต่อสิ่งตัวเองเคารพสินะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าประเด็นที่เสนอค่อนข้างใช้ได้ดีนะครับ แต่ผมคิดว่าไม่ชอบในบางประโยค ซึ่งผมคิดว่าเป็นการตีขลุมมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นประโยคที่ว่า "...ภาพชาวพุทธคนหนึ่งเอาเก้าอี้หวดไปที่ศพร่างหนึ่งอย่างไม่ปราณีปราศัย..." สามารถเคลมได้จริงหรือเปล่าว่าคนในภาพนั้นเป็นคนที่นับถือพุทธจริงๆ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ok อาจจะกล่าวว่า เพราะการที่สมัยนั้นมีการเสนอ motto "คอมมิวนิสต์ ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" และมีการขยายความต่อว่าศาสนาที่แสดงถึงความเป็นไทยคือ ศาสนาพุทธ หรือการกล่าวว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติก็ตาม แต่สามารถเคลมได้จริงหรือเปล่าว่าคนที่ก่อการในวันนั้นทุกคนเป็นคนพุทธ? เมื่อเช่นนั้นก็พูดยากนะครับว่าคนที่ถือเก้าอี้คนนั้นจะนับถือศาสนาอะไร อาจบางทีเขาอาจจะนับถือศาสนาพุทธจริงๆ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเชิงพอมันก็เคลมลำบากนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ผมจะเห็นด้วยกับการวิพากษ์การชอบเคลมตัวเองของคนไทยว่าเป็นเมืองพุทธ เป็นชาวพุทธ แต่มิได้กระทำให้พึงสอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่าแนวคิดแบบพุทธก็ตาม แต่นั้นคือภาพแบบมหภาค แต่การกล่าวถึงบุคคลแบบย่อยเช่น การบอกว่าคนที่ถือเก้าอี้คนนั้นเป็นพุทธมันก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีหลักฐานเฉพาะตัวกับบุคคลคนนั้นเช่นกันครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-6001448393757220429?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/6001448393757220429/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=6001448393757220429' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6001448393757220429'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6001448393757220429'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/blog-post_8720.html' title='จดหมายถึงเมืองไทย ภาพตัดต่อหกตุลาและภาพตัดต่อคานธี ความเหมือนที่จบต่าง'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SueQ7MQYoFI/AAAAAAAACt8/bTvRXaSqIzc/s72-c/images.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-7542051888855856837</id><published>2009-10-27T03:54:00.000-07:00</published><updated>2009-10-27T17:35:15.756-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์คัดค้านกรณีการจับกุมชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิที่หนองแซง</title><content type='html'>จากพี่น้องชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างในพื้นที่ตำบลหนองแซง จังหวัดสระบุรี ได้ชุมนุมปิดถนนสายพหลโยธินตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2552 และได้ยุติการชุมชนในวันที่ 25 กันยายน 2552 เพื่อแสดงตัวตนและสื่อสารต่อสาธารณะของชาวบ้านที่เป็นเหยื่อของการพัฒนาที่ไม่เป็นธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้จากข่าวที่เราได้รับทราบนั้นการต่อสู้ของชาวบ้านได้กระทำผ่านกลไกและกระบวนการตามขั้นตอนราชการโดยการยื่นหนังสือร้องเรียน คัดค้านต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในทุกระดับในท้องถิ่นถึงหน่วยงานรัฐในระดับนโยบาย ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วุฒิสภา การเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่คำตอบที่ชาวบ้านได้รับคือการอนุมัติเห็นชอบผ่านรายงาน อี ไอ เอ ของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในพื้นที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอำเภอหนองแซงต้องชุมนุมปิดถนน เพื่อรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายลงเจรจาปรึกษาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผลที่พี่น้องเราได้รับคือผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปิดถนนทางสาธารณะกับแกนนำชาวบ้าน 6 คน คือ นายนพพล น้อยบ้านโง้ง และนายคูณทวี หรือน้อย ซึ่งเป็นแกนนำคัดค้านบ่อกำจัดขยะเบ็ตเตอร์เวิลด์กรีน และนายตี๋ ตรัยรัตนแสงมณี นายสมคิด ดวงแก้ว นางวัชรี เผ่าเหลืองทอง และนายสุปรีดี หรือเปรี้ยง ซึ่งเป็นแกนนำคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าหนองแซง ด้วยพ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 39 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 229 โดยอ้างว่าทำให้ปิดทางสาธารณะอันน่าจะทำให้เกิดเหตุอันตราย และปรากฏว่าพี่น้องเราถุกจับกุมขณะกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 3 คน คือ นายนพพล น้อยบ้านโง้ง และนายคูณทวี หรือน้อย และนายสุปรีดี หรือเปรี้ยง ไปกักขังโดยไม่ยินยอมให้ประกันตัวอีก ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การชุมนุมของชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้านั้นเป็นการชุมนุมตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย เพื่อเรียกร้องสิทธิและแสดงออกซึ่งความเห็นต่อสาธารณะ เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธอันเป็นเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ.2550 ในมาตราที่ 63 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 ได้รองรับและคุ้มครองไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การออกหมายจับ ถือเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังที่กล่าวไว้ในข้อ 1 และการออกหมายจับดังกล่าวจึงเท่ากับการยอมรับว่าประเทศไทยไม่ได้ปกครองโดยยึดถือหลักการปกครองโดยกฎหมายเป็นใหญ่ (The Rule of Law) อีกต่อไป เพราะเป็นการยอมให้กฎหมายอาญาและจราจรที่มีฐานะต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ มีผลยกเลิกกฎหมายรัฐธรรมนูญไปโดยปริยาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.การคัดค้านการประกันตัวนั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักมนุษยธรรม และหลักนิติธรรม ซึ่งถุกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งฉบับพุทธศักราช 2540 และ 2550 ที่ระบุว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา 26 การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรา 40 "...บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม...ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว..."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวมถึงขัดกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.1966 (International Covenant on Civil and Political Rights)ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก มีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม ในข้อ 14 ข้อย่อยที่ 3 ซึ่งบัญญัติว่า “ในการพิจารณาคดีอาญา บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดย่อมมีสิทธิที่จะได้รับหลักประกันขั้นต่ำดังต่อไปนี้โดยเสมอภาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ก) สิทธิที่จะได้รับแจ้งโดยพลันซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพและเหตุแห่งความผิดที่ถูกกล่าวหา ในภาษาซึ่งบุคคลนั้นเข้าใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ข) สิทธิที่จะมีเวลา และได้รับความสะดวกเพียงพอแก่การเตรียมการเพื่อต่อสู้คดี และติดต่อกับทนายความที่ตนเลือกได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.การเพิกเฉยของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อการเรียกร้องในสิทธิชุมชนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบนั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ว่าด้วยเรื่องสิทธิชุมชนใน มาตรา 67 โดยเฉพาะการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพนั้น จะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริงก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจึงขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ดำเนินการเพื่อขอถอนหมายจับแกนชาวบ้านทั้ง 6 คนในทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ขอให้ระงับการดำเนินการตามโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างในพื้นที่ตำบลหนองแซง จังหวัดสระบุรี เสียก่อน เพื่อเปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.รัฐต้องทบทวนนโยบายและความเดือดร้อนต่างๆที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก โดยเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงๆจังๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ที่ประสบปัญหาเหล่านั้นเขามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะการโฆษณาหรือการพูดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ปัญหามันดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่พี่น้องชาวบ้านที่หนองแซงประสบนั้น ไม่ต่างจากพวกเรา แทนที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่จะหันมาแก้ปัญหาอย่างจริงๆจังๆ ตามความต้องการของพวกเขา กลับซ้ำเติมด้วยการออกหมายจับ โดยเฉพาะช่วงนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่กรณี 3 ผู้นำชุมนุมกรณีเรียกร้องให้รัฐบาลมีการช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวนาปรังที่ตกต่ำ ที่เชียงรายถูกที่จำคุก 6 เดือน เมื่อ 23 กรกฎาคม 2552 ต่อด้วยสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงาน อิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ในเครือ ซึ่งเป็นคนงานบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์(ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิล์ลเวลล์การ์เม้นท์ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาของรับบาลบริเวณหน้าทำเนียบและรัฐสภา ในวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากได้ได้รับความสนใจจากรัฐบาลแล้วยังถูออกหมายจับ 3 แกนนำ ด้วยข้อหาก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และ 216 เช่นเดียวกับคนขายหวยจากจังหวัดเลยที่มาประท้วงกระทรวงการคลังไม่จัดสรรโควตาสลาก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา และล่าสุดก็กรณีที่พี่น้องชาวบ้านที่หนองแซงประสบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การกระทำเช่นนี้เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรม มองชาวบ้านและแรงงานที่เดือดร้อนเป็นศัตรูของรัฐบาล กระทำการที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ลิดลอนสิทธิเสรีภาพ สิทธิพลเมืองของประชาชน เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและได้ปลูกฝังความเกลียดชังรัฐที่ใช้อำนาจทางกฎหมายบีบบังคับชาวบ้านและแรงงานผู้เดือดร้อน ตลอดจนเป็นการกระทำที่สร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับรัฐให้กว้างออกไปยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวเสียก่อนที่จะไม่มีโอกาสที่จะได้ยุติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หยุดมองประชาชนเป็นศัตรู เคารพสิทธิของประชาชน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;บัส ประกายไฟ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-7542051888855856837?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/7542051888855856837/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=7542051888855856837' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7542051888855856837'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7542051888855856837'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/blog-post_27.html' title='แถลงการณ์คัดค้านกรณีการจับกุมชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิที่หนองแซง'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-760363126910639821</id><published>2009-10-19T03:07:00.000-07:00</published><updated>2009-10-19T03:09:34.907-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์:รถเมล์4,000คันต้องสร้างเป็นรัฐสวัสดิการ และมีประสิทธิภาพ</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stw6wfyiIYI/AAAAAAAACrk/_gYAyuk6GqQ/s1600-h/15915.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 163px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stw6wfyiIYI/AAAAAAAACrk/_gYAyuk6GqQ/s320/15915.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5394251058524594562" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์&lt;br /&gt;19 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถลงการณ์ การคมนาคมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน กรณีรถเมล์NGV 4,000 คันรัฐต้องสร้างเป็นรัฐสวัสดิการ ฟรี ถ้วนหน้า ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;19 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่เศรษฐกิจของสังคมไทยและสังคมโลกกำลังตกต่ำซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิกฤติเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสมอ รวมทั้งปัญหาวิกฤตพลังงานที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ การคมนาคมขนส่งของประเทศโดยเฉพาะรถเมล์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐบาลซึ่งควรมีหน้าที่โดยตรงในการให้หลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิทธิในการคมนาคมสาธารณะแก่ประชาชน แต่ในความเป็นจริงเวลานี้รัฐบาลกำลังพยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายทางการคมนาคม และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนจากการประกาศนโยบายเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการ โดยรัฐบาลอ้างว่าเพื่อเป็นการลดการขาดทุนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การประกาศนโยบายดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อยหรือคนจนในสังคมไทย ดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การใช้ระบบตั๋วอิเล็กโทรนิกส์(E-TICKET)นั้น ก่อให้เกิดการเลิกจ้างหรือการเกษียณอายุก่อนกำหนดของพนักงานขสมก. ซึ่งมีจำนวนมากถึง 6,000-7,000 คน เพื่อให้ขสมก.มีกำไรตามที่ลัทธิเสรีนิยมใหม่ต้องการ ซึ่งการเลิกจ้างงานดังกล่าวทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งขาดรายได้ คุณภาพชีวิตแย่ลง อาจลุกลามไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การใช้ระบบตั๋วอิเล็กโทรนิกส์ส่งผลกระทบต่ออัตราค่าโดยสาร ซึ่งจะต้องมีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้นจากราคาเดิมเพื่อความคุ้มค่าต่อการลงทุนของรัฐบาล และผู้รับภาระอัตราค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้นคือประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่มากนัก รวมทั้งกระทบต่อนโยบายรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน ซึ่งรัฐบาลเคยให้การโปรโมตไว้นั้นมีทีท่าว่าจะต้องยุติลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.การลดจำนวนพนักงานเก็บเงินและการนำระบบตั๋วอิเล็กโทรนิค(ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินระหว่างขึ้นรถ)มาใช้อาจก่อให้เกิดการจราจรติดขัดมากขึ้น เนื่องจากความล้าช้าในการต่อคิวเพื่อจ่ายเงินค่าโดยสารผ่านระบบตั๋วอิเล็กโทรนิค ที่อาจทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นในการจอดรับส่งผู้โดยสารในแต่ละป้าย จากทั้งสามประเด็นที่กล่าวมานั้น เราเห็นว่าประชาชนคนรากหญ้าก็จะต้องรับภาระด้านเศรษฐกิจและการคมนาคมเพิ่มมากขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของรัฐบาลจึงควรจะมีมาตรการและสวัสดิการรองรับความเดือดร้อนของประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่ต้องรับภาระทางเศรษกิจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงเสนอให้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ในส่วนของแรงาน ขสมก. ที่จะได้รับผลกระทบนั้น การที่ ขสมก. จะเลิกจ้างหรือให้เกษียรอายุก่อนกำหนดหรือจะใช้มาตรการใดๆจะต้องคำนึงถึงความสมัครใจเป็นสิ่งสำคัญ และควรดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงภาครัฐต้องมีมาตรการรองรับคุณภาพชีวิตของบุคคลเหล่านั้น ที่มิใช่เพียงแค่เงินทดแทน(“ชดเชย”)จากภาครัฐเท่านั้น นอกจากนั้นรัฐจะต้องมีนโยบายการจ้างงานเต็มที่ (Full Employment) การขยายสิทธิประโยชน์ในการประกันรายได้และกาจ้างงานให้ถ้วนหน้าเป็นระบบและครบวงจร ทั้งนี้รวมถึงการรองรับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานที่ต้องออกจากงานก่อนกำหนด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การที่รัฐจะออกมาให้ความเห็นว่า “ขสมก ขาดทุนมากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่ากำลังที่ ขสมก. จะจ่ายได้ จึงเป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องนำงบประมาณมาอุดหนุนปีละกว่า 9,000 ล้านบาท”{1} ถือเป็นการปัดความรับผิดชอบ เพราะการคมนาคมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ปกติรัฐจะต้องจัดให้เป็นสวัสดิการ ดังนั้นการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่รัฐมองว่าเป็นภาระนั้นแท้จริงแล้วมันคือหน้าที่ที่รัฐต้องจัดหาให้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว การเอาเรื่องผลกำไรมากล่าวอ้างในเรื่องกิจการสาธารณะที่เป็นสวัสดิการซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐต้องรับผิดชอบต่อประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ผิดและเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการเบียงเบนประเด็นจากความไร้ความสามรถในการบริหารงานของรัฐบาล ดังนั้นแทนที่จะจะยกเลิกรถเมล์ฟรี รัฐบาลจึงควรจัดให้รถเมล์NGVทั้ง4,000 คันนั้นเป็นรถเมล์ฟรีเพื่อเป้นสวัสดิการให้แก่ประชาชนทั้งหมด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ควรมีช่องจรจรสำหรับรถโดยสารประจำทางโดยเฉพาะทั้งระบบเพื่อความสะดวกต่อการจราจรสาธารณะซึ่งเป็นการสัญจรของคนส่วนมากในสังคม หรือพัฒนาเป็นรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษหรือบีอาร์ที (BRT) ที่นิยมใช้ในทวีปอเมริกาเหนือแล้ว หรือในบางภูมิภาคเช่นทวีปยุโรป หรือออสเตรเลีย อาจเรียกว่า "บัสเวย์" (Busway) หรือบางแห่งอาจเรียกชื่อเฉพาะสำหรับระบบในแต่ละเมือง เช่น ทรานส์จาการ์ต้า (TransJakarta) เป็นต้น เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของขนส่งสาธารณะ สร้างระบบขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว สะดวกสบายและประหยัด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหรือผู้ใช้ถนนในอนาคตต่อมา โดยเฉพาะหากทำควบคู่ไปกับมาตรการเชิงโครงสร้างในการขึ้นภาษีรถยนต์ส่วนบุคคลในอัตราก้าวหน้า อันจะนำไปสู่การลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งใช้พื้นที่จราจรต่อบุคคลสูงกว่าซึงเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการจรจรติดขัดลงได้ และยังสามารถนำเงินภาษีที่เก็บได้ดังกล่าวมาจัดเป็นสวัสดิการในการเดินทางของประชาชนในรูปของรถเมล์ฟรีที่มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย&lt;br /&gt;*********&lt;br /&gt;เอกสารอ้างอิง{1}เดลินิวส์ . 2552. พรรคภูมิใจไทย:ทำไม? ต้องเช่ารถเมล์ NGV. เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://thaienews.blogspot.com/2009/10/4000.html&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-760363126910639821?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/760363126910639821/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=760363126910639821' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/760363126910639821'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/760363126910639821'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/4000.html' title='แถลงการณ์:รถเมล์4,000คันต้องสร้างเป็นรัฐสวัสดิการ และมีประสิทธิภาพ'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stw6wfyiIYI/AAAAAAAACrk/_gYAyuk6GqQ/s72-c/15915.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-2380452994280454696</id><published>2009-10-18T19:53:00.000-07:00</published><updated>2009-10-18T19:54:24.950-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์ การคมนาคมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน  กรณีรถเมล์NGV 4,000 คันรัฐต้องสร้างเป็นรัฐสวัสดิการ ฟรี  ถ้วนหน้า  ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ</title><content type='html'>กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;19 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ในขณะที่เศรษฐกิจของสังคมไทยและสังคมโลกกำลังตกต่ำซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิกฤติเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสมอ  รวมทั้งปัญหาวิกฤตพลังงานที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้  การคมนาคมขนส่งของประเทศโดยเฉพาะรถเมล์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  รัฐบาลซึ่งควรมีหน้าที่โดยตรงในการให้หลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิทธิในการคมนาคมสาธารณะแก่ประชาชน  แต่ในความเป็นจริงเวลานี้รัฐบาลกำลังพยายามผลักภาระค่าใช้จ่ายทางการคมนาคมและความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนจากการประกาศนโยบายเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ซึ่งมีนายโสภณซารัมภ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการ โดยรัฐบาลอ้างว่าเพื่อเป็นการลดการขาดทุนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            การประกาศนโยบายดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและผู้มีรายได้น้อยหรือคนจนในสังคมไทย ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                1.การใช้ระบบตั๋วอิเล็กโทรนิกส์(E-TICKET)นั้น ก่อให้เกิดการเลิกจ้างหรือการเกษียณอายุก่อนกำหนดของพนักงานขสมก.  ซึ่งมีจำนวนมากถึง 6,000-7,000 คน เพื่อให้ขสมก.มีกำไรตามที่ลัทธิเสรีนิยมใหม่ต้องการ  ซึ่งการเลิกจ้างงานดังกล่าวทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งขาดรายได้  คุณภาพชีวิตแย่ลง อาจลุกลามไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                2.การใช้ระบบตั๋วอิเล็กโทรนิกส์ส่งผลกระทบต่ออัตราค่าโดยสาร ซึ่งจะต้องมีการเรียกเก็บเพิ่มขึ้นจากราคาเดิมเพื่อความคุ้มค่าต่อการลงทุนของรัฐบาล และผู้รับภาระอัตราค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้นคือประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่มากนัก รวมทั้งกระทบต่อนโยบายรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน ซึ่งรัฐบาลเคยให้การโปรโมตไว้นั้นมีทีท่าว่าจะต้องยุติลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                3.การลดจำนวนพนักงานเก็บเงินและการนำระบบตั๋วอิเล็กโทรนิค(ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินระหว่างขึ้นรถ)มาใช้อาจก่อให้เกิดการจราจรติดขัดมากขึ้น  เนื่องจากความล้าช้าในการต่อคิวเพื่อจ่ายเงินค่าโดยสารผ่านระบบตั๋วอิเล็กโทรนิค  ที่อาจทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นในการจอดรับส่งผู้โดยสารในแต่ละป้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;             จากทั้งสามประเด็นที่กล่าวมานั้น เราเห็นว่าประชาชนคนรากหญ้าก็จะต้องรับภาระด้านเศรษฐกิจและการคมนาคมเพิ่มมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;             ดังนั้นการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของรัฐบาลจึงควรจะมีมาตรการและสวัสดิการรองรับความเดือดร้อนของประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่ต้องรับภาระทางเศรษกิจเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม  เราจึงเสนอให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                1.ในส่วนของแรงาน ขสมก. ที่จะได้รับผลกระทบนั้น  การที่ ขสมก. จะเลิกจ้างหรือให้เกษียรอายุก่อนกำหนดหรือจะใช้มาตราการใดๆจะต้องคำนึงถึงความสมัครใจเป็นสิ่งสำคัญ และควรดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงภาครัฐต้องมีมาตรการรองรับคุณภาพชีวิตของบุคคลเหล่านั้น ที่มิใช่เพียงแค่เงินทดแทน(“ชดเชย”)จากภาครัฐเท่านั้น  นอกจากนั้นรัฐจะต้องมีนโยบายการจ้างงานเต็มที่ (Full Employment) การขยายสิทธิประโยชน์ในการประกันรายได้และกาจ้างงานให้ถ้วนหน้าเป็นระบบและครบวงจร  ทั้งนี้รวมถึงการรองรับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานที่ต้องออกจากงานก่อนกำหนด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                2.การที่รัฐจะออกมาให้ความเห็นว่า “ขสมก ขาดทุนมากกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ต้องจ่ายดอกเบี้ยปีละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่ากำลังที่ ขสมก. จะจ่ายได้ จึงเป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องนำงบประมาณมาอุดหนุนปีละกว่า 9,000 ล้านบาท”{1} ถือเป็นการปัดความรับผิดชอบ เพราะการคมนาคมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ปกติรัฐจะต้องจัดให้เป็นสวัสดิการ ดังนั้นการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่รัฐมองว่าเป็นภาระนั้นแท้จริงแล้วมันคือหน้าที่ที่รัฐต้องจัดหาให้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว การเอาเรื่องผลกำไรมากล่าวอ้างในเรื่องกิจการสาธารณะที่เป็นสวัสดิการซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐต้องรับผิดชอบต่อประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ผิดและเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการเบียงเบนประเด็นจากความไร้ความสามรถในการบริหารงานของรัฐบาล  ดังนั้นแทนที่จะจะยกเลิกรถเมล์ฟรี  รัฐบาลจึงควรจัดให้รถเมล์NGVทั้ง4,000 คันนั้นเป็นรถเมล์ฟรีเพื่อเป้นสวัสดิการให้แก่ประชาชนทั้งหมด  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                3.ควรมีช่องจรจรสำหรับรถโดยสารประจำทางโดยเฉพาะทั้งระบบเพื่อความสะดวกต่อการจราจรสาธารณะซึ่งเป็นการสัญจรของคนส่วนมากในสังคม หรือพัฒนาเป็นรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษหรือบีอาร์ที (BRT) ที่นิยมใช้ในทวีปอเมริกาเหนือแล้ว หรือในบางภูมิภาคเช่นทวีปยุโรป หรือออสเตรเลีย อาจเรียกว่า "บัสเวย์" (Busway) หรือบางแห่งอาจเรียกชื่อเฉพาะสำหรับระบบในแต่ละเมือง เช่น ทรานส์จาการ์ต้า (TransJakarta) เป็นต้น  เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของขนส่งสาธารณะ สร้างระบบขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว สะดวกสบายและประหยัด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหรือผู้ใช้ถนนในอนาคตต่อมา โดยเฉพะหากทำควบคู่ไปกับมาตารการเชิงโครงสร้างในการขึ้นภาษีรถยนต์ส่วนบุคคลในอัตราก้าวหน้า อันจะนำไปสู่การลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งใช้พื้นที่จราจรต่อบุคคลสูงกว่าซึงเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการจรจรติดขัดลงได้  และยังสามารถนำเงินภาษีที่เก็บได้ดังกล่าวมาจัดเป็นสวัสดิการในการเดินทางของประชาชนในรูปของรถเมล์ฟรีที่มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;{1}เดลินิวส์ . 2552. พรรคภูมิใจไทย:ทำไม? ต้องเช่ารถเมล์ NGV.  เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 มิ.ย. 2552&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-2380452994280454696?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/2380452994280454696/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=2380452994280454696' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2380452994280454696'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2380452994280454696'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/ngv-4000.html' title='แถลงการณ์ การคมนาคมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน  กรณีรถเมล์NGV 4,000 คันรัฐต้องสร้างเป็นรัฐสวัสดิการ ฟรี  ถ้วนหน้า  ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-7242375528161166582</id><published>2009-10-18T18:23:00.000-07:00</published><updated>2009-10-19T10:02:03.305-07:00</updated><title type='text'>รวมข่าวเสวนา: บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ</title><content type='html'>&lt;object width="500" height="285" data="http://www.voicetv.co.th/fplayer/player.swf" type="application/x-shockwave-flash"&gt;     &lt;param name="flashvars" value="config=http%3A%2F%2Fwww.voicetv.co.th%2Ffplayer%2Fconfig.php%3Fvkey%3D558618686%26embed%3D1" /&gt;     &lt;param name="movie" value="http://www.voicetv.co.th/fplayer/player.swf" /&gt;    &lt;param name="allowfullscreen" value="true" /&gt;    &lt;param name="bgcolor" value="#000000" /&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประชาไทรายงาน : เสวนา: บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ &lt;br /&gt;Mon, 2009-10-19 02:00&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu_yxabyaI/AAAAAAAACrc/8YXmreZmddU/s1600-h/use.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 236px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu_yxabyaI/AAAAAAAACrc/8YXmreZmddU/s320/use.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5394115857684875682" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;18 ต.ค.52 กลุ่มประกายไฟ จัดเสวนา เรื่อง “บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ” ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวแทนชาวบ้านหนองแซง กล่าวว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันเรียกร้องขอความเป็นธรรมบนท้องถนน และเป็นการเรียกร้องให้ส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมหาทางออก เนื่องจากชาวบ้านรู้สึกถึงทางตัน ไม่มีหน่วยงานใดๆ สนใจปัญหาของพวกเขา และยืนยันการชุมนุมดังกล่าวไม่มีแกนนำ หากแต่เป็นความรู้สึกเก็บกดของชาวบ้านในพื้นที่ที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐด้วย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหนองแซงยังคงจะต่อสู้ต่อไปตามช่องทางต่างๆ ที่มี เพื่อปกป้องวิถีชีวิตและสิทธิของประชาชนในพื้นที่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับการออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากการชุมนุมในวันดังกล่าวเป็นการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐบาลแต่ไม่มีใครออกมารับหนังสือ และอยู่ระหว่างประสานให้มีตัวแทนออกมารับการร้องเรียน บรรยากาศการชุมนุมก็เป็นไปแบบสบายๆ ไม่ได้สร้างแรงกดดันใดๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอานนท์ นำภา ทนายความจากสำนักกฎหมายมีสิทธิฯ กล่าวว่า ในวันอังคารนี้ (20 ต.ค.) จะยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับกรณีแรงงานไทรอัมพ์ แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลจะมีคำสั่งไม่ให้คัดสำเนาหมายจับและคำร้องขอออกหมายจับของพนักงานสอบสวน ซึ่งน่าจะเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาก็ตาม อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่ากระบวนการออกหมายจับของไทยยังมีปัญหาอยู่มาก และจุดมุ่งหมายของการออกหมายจับก็มักมุ่งไปที่การทำให้ประชาชนประสบความยุ่งยากจนไม่สามารถไปเคลื่อนไหวอะไรได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ พ.ร.บ.กรชุมนุมสาธารณะที่จะออกมาก็น่าเป็นห่วง ทุกฝ่ายควรจับตาอย่างใกล้ชิด” อานนท์กล่าวและว่าวิธีแก้ปัญหานี้อาจต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเจ้าหน้าที่และสังคม ตลอดจนทำให้วิถีการปกครองประเทศเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุเชนทร์ เชียงเสน นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ยุทธวิถีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนทุกกลุ่มมักจะดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ ตามปกติมาจนหมดแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถส่งเสียงสู่สังคมหรือส่วนที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาได้ จึงต้องเคลื่อนไหวโดยพยายามทำให้กลไกต่างๆ ของสังคมหรือรัฐ ไม่สามารถทำงานได้เพื่อดึงความสนใจของส่วนต่างๆ มายังปัญหาของพวกเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นความชอบธรรมของชาวบ้าน ผู้ด้อยโอกาสตลอดมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้เรื่องดังกล่าวมีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างสำคัญของกลุ่มประชาชนและขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพันธมิตรฯ อยู่ที่เป้าหมาย ซึ่งสำหรับประชาชนกลุ่มต่างๆ นั้นไม่ได้มีเป้าหมายที่เป็นปัญหากับระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้ทำให้รัฐเป็นรัฐที่ล้มเหลว อีกทั้งการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งก็ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักของการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธแต่อย่างใด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ผ่านมานักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชนต่างๆ ถนัดที่จะด่ารัฐเวลามีการปะทะกัน ซึ่งส่วนหนึ่งก็มีความจริงสอดคล้อง วันนี้มันซับซ้อนมากขึ้น ความรุนแรงไม่จำเป็นต้องมาจากเจ้าหน้าที่รัฐเสมอไป”  อุเชนทร์กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขากล่าวอีกว่า เมื่อสถานการณ์วันนี้ซับซ้อนมากขึ้นและทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลายเริ่มเป็นจำเลยในบางกรณี อีกทั้งเกิดความแตกต่างกันระหว่างการจัดการกับการชุมนุมของฝ่ายต่างๆ จึงเห็นสมควรให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ แต่ไม่ใช่แบบที่รัฐบาลผลักดัน ทำให้ผู้ชุมนุมต้องขออนุญาตก่อนและสร้างเงื่อนไขต่างๆ มากมาย แต่ต้องเป็นกฏหมายที่ปกป้องสิทธิการชุมนุมของประชาชนให้เท่ากันทุกกลุ่ม และกำหนดขอบเขตว่าการชุมนุมที่เกินเลยไปจะไมได้รับการคุ้มครอง เช่น การพกพาอาวุธ และหากจะมีการสลายการชุมนุมก็ต้องมีความโปร่งใส ชัดเจน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การมีมาตรฐานแบบนี้อาจดีในแง่ที่ว่ามันปกป้องสิทธิการชุมนุมของคุณเท่ากันทุกคน ตั้งแต่องคมนตรีถึงคนเก็บขยะ” อุเชนทร์กล่าว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ การเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องมาจากกรณี 3 ผู้นำที่ชุมนุมที่เชียงรายเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือราคาข้าวนาปรังถูกจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เมื่อ 23 กรกฎาคม 2552 หลังจากนั้นเพียงเดือนเศษ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงาน อิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ในเครือ ซึ่งเป็นคนงานบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์(ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิล์ลเวลล์การ์เม้นท์ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องและติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาของรับบาลบริเวณหน้าทำเนียบและรัฐสภา ในวันที่ 27 สิงหาคม ถูกสลายการชุมนุมด้วยเครื่องทำลายประสาทหูหรือ LRAD และถูกออกหมายจับ 3 แกนนำ ด้วยข้อหาก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง เช่นเดียวกับคนขายหวยจากจังหวัดเลยที่มาประท้วงกระทรวงการคลังไม่จัดสรรโควตาสลาก เมื่อวันที่ 23 กันยายน ล่าสุด กรณีแกนนำชาวบ้านหนองแซง จังหวัดสระบุรี 6 คนถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาปิดถนนทางสาธารณะ ภายหลังการชุมนุมบนถนนสายพหลโยธินตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2552 และได้ยุติการชุมชนในวันที่ 25 กันยายน 2552 เพื่อแสดงตัวตนและสื่อสารต่อสาธารณะของชาวบ้านที่เป็นเหยื่อของการพัฒนาที่ไม่เป็นธรรมและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา ประชาไท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สำนักข่าวไทยรายงาน :เอ็นจีโอ หนุน พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราชดำเนิน 18 ต.ค. - เอ็นจีโอ หนุน พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ชี้คือทางออกชุมนุมอย่างไรไม่ถูกจับ เผยปัญหา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ชาวบ้าน-คนงานปิดถนน เรียกร้องสิทธิถูกจับติดคุก ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในงานเสวนาเรื่องบททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ จัดโดยกลุ่มประกายไฟ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ นางปฐมมน กัลหา ตัวแทนกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหนองแซง กล่าวว่าการชุมนุมของชาวบ้านที่ผ่านมา ไม่ได้ต้องการปิดถนนให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่เป็นการแสดงออก เพื่อขอความเป็นธรรมบนท้องถนน หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ แต่ผลที่ได้รับทำให้ชาวบ้าน 6 คนถูกออกหมายจับ ซ้ำแกนนำ 3 คนที่ถูกจับกุม กลับไม่ได้รับการประกันตัวในตอนแรก สะท้อนการใช้อำนาจของรัฐที่เลือกปฏิบัติ เพราะผู้ต้องหาฆ่าคนตายยังได้รับการประกันตัว แต่พวกตนต่อสู้เรียกร้องเพื่อวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม กลับถูกจับเข้าคุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้าน น.ส.บุญรอด สายวงศ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวว่า กรณีของคนงานไทรอัมพ์ ชุมนุมเรียกร้อง เพราะถูกเลิกจ้างเกือบ 2,000 คน เมื่อมาทวงถามความคืบหน้าที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาหลังจากยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงแรงงานช่วยเหลือไปแล้วเกือบ 20 วันกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เครื่องขยายเสียงความถี่สูง หรือ แอลแรด เปิดใส่ทำให้คนงานได้รับบาดเจ็บ หูชั้นกลางอักเสบนับ 10 คน จากนั้นแกนนำยังถูกออกหมายจับ อีก 3 คน นับเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม เพราะการชุมนุมเรีกร้องเพื่อปากท้องของตนกลับได้รับการปฏิบัติอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายอุเชน เชียงเสน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและการรวมตัวของชาวบ้าน กล่าวว่าทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน รวมไปถึงกรณีอื่นๆ เช่น ม็อบชาวนาที่จังหวัดเชียงราย ที่ล่าสุดถูกศาลสั่งจำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ทำให้สังคมต้องกลับตั้งคำถามว่า การใช้สิทธิชุมนุมอย่างสงบตามรัฐธรรมนูญ ยังสามารถทำได้อยู่หรือไม่ เพราะปัญหาเกิดขึ้นเมื่อนำไปเทียบกับการชุมนุมทางการเมือง ที่ผ่านมา ที่มีการยึดสนามบิน กลับไม่ถูกจับกุมและคดีเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น ตนอยากสนับสนุนให้มี พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะเพื่อให้การชุมนุมนับจากนี้เกิดความชัดเจน. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา สำนักข่าวไทย อัพเดตเมื่อ 2009-10-18 16:28:40 http://news.mcot.net/social/inside.php?value=bmlkPTEyMDk3NCZudHlwZT10ZXh0&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ASTVผู้จัดการออนไลน์รายงาน : เครือข่ายภาค ปชช.จัดเสวนาเรียกร้องการรวมตัวต่อสู้อำนาจรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       เครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสิทธิการชุมนุมทางกฎหมาย เรียกร้องให้เกิดการรวมตัวเพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่เห็นความสำคัญของประชาชน ส่วนหนึ่งของการเสวนาแบบทดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        น.ส.ปฐมมล กันหา ตัวแทนกลุ่มคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าหนองแซง จ.สระบุรี กล่าวว่า ชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม กำลังถูกภาครัฐจับกุมและฟ้องร้องแกนนำแต่ละคน และมีคดีติดตัวอย่างน้อยคนละ 3-5 คดี โดยอ้างว่าการปิดเส้นทางสาธารณะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ วิธีการหรือกฎหมายที่รัฐบาลใช้กับชาวบ้าน เป็นคนละมาตรฐานที่ใช้กับนายทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เช่นเดียวกับกรณีของแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หลังจากไปยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหา ถูกทำการสลายการชุมนุมด้วยเครื่องทำลายประสาทหู และถูกตำรวจออกหมายแกนนำ 3 คน ในข้อหาก่อความวุ่นวายให้บ้านเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        น.ส.จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ เปิดเผยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล้วนมาจากรัฐบาลทั้งสิ้น ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน ดังนั้นผู้ที่เดือดร้อนควรจะรวมตัวกันต่อรองกับอำนาจรัฐ หรือเข้าสู่การใช้อำนาจรัฐ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000123930&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-7242375528161166582?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/7242375528161166582/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=7242375528161166582' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7242375528161166582'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7242375528161166582'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/blog-post_18.html' title='รวมข่าวเสวนา: บททดสอบภาคประชาชน เมื่อสิทธิการชุมนุมถูกปราบโดยรัฐ'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu_yxabyaI/AAAAAAAACrc/8YXmreZmddU/s72-c/use.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-2875345184546284957</id><published>2009-10-18T18:19:00.000-07:00</published><updated>2009-10-18T18:23:32.642-07:00</updated><title type='text'>ล่าชื่อร่อนแถลงการณ์ อย่าใช้ความรุนแรงกับม็อบเสื้อแดง สะกิดเอ็นจีโอ นักวิชาการ อย่า 2 มาตรฐาน</title><content type='html'>Sat, 2009-10-17 00:26&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์กรนักศึกษานำโดย สนนท. นักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม นักสหภาพแรงงาน องค์กรภาคประชาชน ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม นปช.เสื้อแดง ในการจัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลวันที่ 17ตุลาคมนี้ จี้รัฐบาล สื่อ เอ็นจีโอ-องค์กรสิทธิ-นักวิชาการ อย่า 2 มาตรฐานกับม็อบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้กลุ่มประชาชนที่ร่วมกันออกแถลงการณ์ ยังได้เผยว่า ได้ทำสำเนาเชิญชวนการลงนามไปยังบุคคล กลุ่ม และองค์กรที่เคยสนับสนุนการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนด้วยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามว่าจะมีการร่วมลงนามในครั้งนี้ด้วยหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับรายละเอียดของแถลงการณ์มีดังต่อไปนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แถลงการณ์&lt;br /&gt;ขอเรียกร้องไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ตามที่แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงจะจัดการชุมนุมขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อควบคุมการชุมนุม และมีแนวโน้มที่อาจเกิดความรุนแรงได้นั้น พวกเรา ซึ่งมีรายนามดังแนบท้ายแถลงการณ์นี้ ขอเรียกร้องมายังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และชนชั้นนำ ไม่ควรเลือกปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน โดยสมควรต้องยกเลิกการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และให้ประชาชนทุกฝ่ายสามารถจัดการการชุมนุมได้โดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ เว้นแต่จะเกิดเหตุความไม่สงบขึ้น จึงสมควรจะประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ทั้งนี้ต้องไม่ให้กองกำลังทหาร ซึ่งไม่ได้ฝึกฝนมาควบคุมฝูงชนเข้าทำหน้าที่ควบคุมฝูงชน และสมควรต้องเร่งผลักดันกฎหมายการชุมนุมสาธารณะออกมาบังคับใช้เพื่อควบคุมการชุมนุมเป็นไปตามมาตรฐานสากลโดยเร็ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2.ผู้รับผิดชอบการจัดการชุมนุม โดยเฉพาะแกนนำ นปช. ต้องควบคุมจัดการการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ยั่วยุให้ก่อความรุนแรง หรือยึดสถานที่ราชการแบบที่กลุ่มพันธมิตรเคยปฏิบัติ แม้การกระทำเช่นนั้น จะยังไม่ถูกดำเนินคดีถึงขั้นจำคุกตามกฎหมายก็ตาม หากเกิดความรุนแรงใดๆ จากการที่ไม่สามารถควบคุมการชุมนุมได้ หรือนำไปสู่ความรุนแรง ย่อมเป็นความรับผิดชอบของแกนนำ หรือผู้จัดการชุมนุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนผู้ชุมนุมพึงใช้สิทธิตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงใดๆ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3.สื่อมวลชน ต้องนำเสนอข่าวการชุมนุมด้วยความเป็นกลาง ปราศจากอคติใดๆ หรือชี้นำให้เกิดความรุนแรง หลีกเลี่ยงการยั่วยุใดๆ เหมือนที่เคยปฏิบัติมาในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อตอนสงกรานต์ที่ผ่านมา&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;4.นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ และองค์การพัฒนาภาคเอกชน ทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรสิทธิมนุษยชน ภาคเอกชน และนักวิชาการ สมควรต้องออกมาแสดงบทบาทเหมือนกับที่เคยออกมาสนับสนุนให้พันธมิตรจัดการชุมนุม ‘โดยสันติวิธี’ ทุกครั้ง ทุกโอกาส และสมควรต้องออกมาเรียกร้องไม่ให้รัฐใช้ความรุนแรงแบบเดียวกับที่เคยปฏิบัติมา หากเพิกเฉยย่อมแปลความเป็นอย่างอื่นมิได้ นอกจากเป็นการยอมรับว่า ปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน ให้ท้ายพันมิตร แต่เพิกเฉยหรือซ้ำเติมต่อ นปช. เหมือนครั้งเหตุการณ์เมื่อวันสงกรานต์ ที่เคยออกแถลงการณ์สนับสนุนให้รัฐบาลปราบปราม นปช.มาแล้ว ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่น่าอับอาย&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;5.นักกิจกรรมสังคมที่ต้องการสันติ เช่น กลุ่มริบบิ้นขาว สถาบันพระปกเกล้าฯ กลุ่มรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทย ที่เคยออกมารณรงค์ให้ "ทุกฝ่าย" ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน ขณะนี้ได้เวลาที่ต้องออกมาแสดงบทบาทแล้ว หากเพิกเฉยก็อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;6.ประชาชน พึงทราบและตระหนักว่า การจัดการชุมนุมทางการเมืองโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งทางการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย และจะทำให้ประชาธิปไตยพัฒนาก้าวหน้า พึงเข้าใจว่า คนที่มาร่วมการชุมนุมทางการเมืองนั้น ส่วนมากเป็นคนที่กระตือรือร้นต่อการพัฒนาชาติบ้านเมือง เป็นคนที่มีครอบครัว มีเลือดเนื้อ มีจิตใจเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ไม่ได้เป็น ‘อื่น’ ประชาชนจึงสมควรจะสนับสนุนกิจกรรมการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ด้วยความเชื่อมั่น &lt;br /&gt;17 ตุลาคม 2552&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;องค์กรและบุคคลที่ร่วมลงนาม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;อนุธีร์ เดชเทวพร             เลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;br /&gt;พงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา   สถาบันเพื่อการพัฒนาเยาวชนประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยรามคำแหง&lt;br /&gt;ยุทธนา ดาศรี                  เลขาธิการนิสิตนักศึกษาภาคอีสาน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;br /&gt;นฤมล มีสมบัติ                กรรมการบริหาร สนนท. ( ม.รามคำแหง )&lt;br /&gt;อัมรีย์ เด                          กรรมการบริหาร สนนท. (ม.กรุงเทพธนบุรี)&lt;br /&gt;ฉัตรสุดา หาญบาง          กรรมการบริหาร สนนท.( มรฏ.สวนดุสิต)&lt;br /&gt;ยุทธนา ภักดีหาญ           กลุ่มยอป่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;br /&gt;วิศรุต บุญยา                    เครือข่ายนักศีกษาพิทักษ์ประชาชน รามคำแหง&lt;br /&gt;วิภา ดาวมณี                    กรรมการเครือข่ายเดือนตุลา&lt;br /&gt;ไพโรจน์ จันทรนิมิ          ประธานชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย&lt;br /&gt;พิษณุ ไชยมงคล            ผู้อำนวยการ สำนักเรียนรู้การกระจายอำนาจและปกครองตนเอง&lt;br /&gt;วัฒนะ วรรณ                    องค์กรเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;เทวฤทธิ์ มณีฉาย            สมาชิกกลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;สุชาติ เศรษฐมาลินี        สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ&lt;br /&gt;สมศักดิ์ ภักดิเดช            กรรมการชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย&lt;br /&gt;สิทธิ์ จันทาเทศ               สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก&lt;br /&gt;บุญผิน สุนทราลักษ์       สหภาพแรงงานกรุงเทพผลิตเหล็ก&lt;br /&gt;นายสัณหณัฐ นกเล็ก      องค์กรเสรีปัญญาชน&lt;br /&gt;พรมมา ภูมิพันธ์              ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์&lt;br /&gt;                                         หนังแห่งประเทศไทย (ส.พ.ท.)&lt;br /&gt;สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ หนังแห่งประเทศไทย (ส.พ.ท.)&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทยอคริลิคไฟเบอร์&lt;br /&gt;สหภาพแรงานสหกิจวิศาล&lt;br /&gt;พฤกษ์ เถาถวิล               คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;br /&gt;สลิสา ยุกตะนันทน์         นักศึกษาปริญญาโท University of Warwick&lt;br /&gt;ภัควดี วีระภาสพงษ์&lt;br /&gt;ชำนาญ จันทร์เรือง&lt;br /&gt;ใจ อึ๊งภากรณ์&lt;br /&gt;จิรวัฒน์ เทียนเงิน&lt;br /&gt;เขมนิจ เสนาจักร&lt;br /&gt;ครรชิต พัฒนโภคะ         องค์กรเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;ภัทรพล เสนาจักร&lt;br /&gt;บุหงา เสนาจักร&lt;br /&gt;ปรินดา วานิชสันต์&lt;br /&gt;จักรภพ เพ็ญแข&lt;br /&gt;นุชรินทร์ ต่วนเวช&lt;br /&gt;สุณี ครองพิพัฒน์สุข&lt;br /&gt;อาทร ทศพหล&lt;br /&gt;น.ส.วัลภา ทันตานนท์&lt;br /&gt;สุรีย์ มิ่งวรรณลักษณ์&lt;br /&gt;วิทยา อาภรณ์&lt;br /&gt;ประสาท ศรีเกิด&lt;br /&gt;พิชิต พิทักษ์&lt;br /&gt;เก่งกิจ กิติเรียงลาภ&lt;br /&gt;วิโรจน์ ดุลยโสภณ&lt;br /&gt;เจษฎา โชติกิจภิวาทย์&lt;br /&gt;อาณัติ สุทธิเสมอ&lt;br /&gt;ศรายุทธ ตั้งประเสริฐ&lt;br /&gt;Tanaporn Tornros&lt;br /&gt;รุ่งโรจน์ วรรณศูทร&lt;br /&gt;ยรรยง ลูกชาวดิน            กลุ่มชาวดิน ออนเน็ต&lt;br /&gt;คณิตศาสตร์ สารบุญมา&lt;br /&gt;อรรคพล สาตุ้ม&lt;br /&gt;วิทยา เล้าประเสริฐ&lt;br /&gt;ทิพย์สุดา เณรทอง&lt;br /&gt;ชัยอนันต์ ทินกูล&lt;br /&gt;นางสาวจินตภัทร์ แถมพูลสวัสดิ์&lt;br /&gt;นางสาวทารินี ทรงเกียรติธนา&lt;br /&gt;เดโช กำลังเกื้อ&lt;br /&gt;นพดล ทิพยชล&lt;br /&gt;พศิน สุนทราธนกุล&lt;br /&gt;กานต์ ทัศนภักดิ์&lt;br /&gt;ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์&lt;br /&gt;ธีระพล อันมัย อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&lt;br /&gt;ผศดร.ศิรภัสสรศ์ วงศ์ทองดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ&lt;br /&gt;เอกรินทร์ ต่วนศิริ นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;นาง ธนพร ทรอนโรส&lt;br /&gt;อรรถชัย อนันตเมฆ &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตอนท้ายแถลงการณ์ ยังได้เชิญชวนร่วมกันเผยแพร่แถลงการณ์ไปยังมิตรสหาย และร่วมกันลงนาม โดยระบุที่อยู่ส่งกลับที่ อีเมล์ redseed1@gmail.com  ภายในเวลา 08.00 น.วันเสาร์ที่ 17 ต.ค.นี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-2875345184546284957?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/2875345184546284957/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=2875345184546284957' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2875345184546284957'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2875345184546284957'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/2.html' title='ล่าชื่อร่อนแถลงการณ์ อย่าใช้ความรุนแรงกับม็อบเสื้อแดง สะกิดเอ็นจีโอ นักวิชาการ อย่า 2 มาตรฐาน'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-7421656880384869723</id><published>2009-10-18T18:09:00.000-07:00</published><updated>2009-10-18T18:19:42.085-07:00</updated><title type='text'>ร้องถอนหมายจับผู้นำสหภาพแรงงาน- กก.สิทธิ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ตร.</title><content type='html'>Sat, 2009-09-05 11:19&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu-KX1gyyI/AAAAAAAACrM/W4rEBiEI8RE/s1600-h/P1210064.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 208px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu-KX1gyyI/AAAAAAAACrM/W4rEBiEI8RE/s320/P1210064.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5394114064112732962" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;(4 ก.ย.) เมื่อเวลา 16.00น. ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มีการแถลงข่าวประณามการออกหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ซึ่งร่วมลงชื่อโดยองค์กร ประชาชน นักกิจกรรมทางสังคม นักวิชาการ กว่า 150 คน เรียกร้องให้ถอนการออกหมายจับที่ไม่เป็นธรรมกับผู้นำสหภาพแรงงาน โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการจับกุมตามหมายจับ และดำเนินเพื่อร้องขอกับศาลให้มีการถอนหมายจับโดยทันที&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหภาพ ที่ได้ยื่นให้รองเลขาธิการฝ่ายการเมืองโดยเร็วที่สุด และเรียกร้องให้รัฐบาล และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน นำโดย พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยทางตำรวจได้เปิดเครื่องขยายเสียงที่มีเสียงดังมาก ได้รับผลกระทบต่อคนงานผู้หญิง คนงานพิการ และอายุมากที่ได้นั่งฟังปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ตัวแทนของสหภาพกำลังเข้าไปยื่นหนังสือกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ประจำรัฐสภา และการขอออกหมายจับผู้นำสหภาพ โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า เป็นการละเมิดสิทธิทางพลเมืองและทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ธัญยธรณ์ คีรีถาวรพัฒน์ รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวว่า หลังกลับจากการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา คนงานหลายคนมีอาการปวดหู ปวดศีรษะ และคลื่นไส้ บางรายมีอาการปวดเบ้าตา โดยบางคน แพทย์วินิจฉัยว่า หูชั้นกลางอักเสบ หลายคนมีอาการข้างเคียงคือ พูดกันไม่ค่อยเข้าใจ เนื่องจากสมองเบลอ ซึ่งอาการเหล่านี้คือผลกระทบจากการที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียง    &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวมีการนำใบรับรองแพทย์ของคนงานซึ่งได้รับผลกระทบจากการใช้เครื่องขยายเสียงระดับไกลหรือ LRAD มาแสดงด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu-K36p8LI/AAAAAAAACrU/5GvOelMAiXw/s1600-h/P1210067.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 184px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu-K36p8LI/AAAAAAAACrU/5GvOelMAiXw/s320/P1210067.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5394114072724238514" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสว่า  ตำรวจเพียงแต่เปิดลำโพงเพื่อประกาศเตือนการปิดถนนหน้ารัฐสภาที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ได้มีเจตนาจะสลายการชุมนุม พร้อมทั้งระบุด้วยว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการออกหมายจับคนงานเพิ่ม &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;000000&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประณามการออกหมายจับแกนนำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            พวกเรา องค์กร และบุคคลข้างล่าง ขอประณามการออกหมายจับ นายสุนทร บุญยอด น.ส.บุญรอด สายวงศ์ (เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์) และ น.ส.จิตรา คชเดช (ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์) โดยสถานีตำรวจนครบาลเขตดุสิต ต่อการใช้สิทธิการชุมนุมอย่างสันติ ในวันพฤหัสที่ 27 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการชุมนุมอย่างสันติ โดยคนงานผู้หญิง ที่รวมถึงคนงานที่ท้อง และพิการ จำนวน 1,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง &lt;br /&gt;            โดยทาง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นว่า การชุมนุมอย่างสันตินี้ เข้าข่าย การมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 และมาตรา 216 ที่มีโทษหนักถึงจำคุกเป็นระยะเวลา 3 ปี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางพวกเรามีความเห็น ดังนี้: &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1. การออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ (excessive uses of force) เนื่องจากสิทธิการชุมนุมอย่างสันติ ที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กระทำเพื่อเรียกร้องให้มีการออกมารับหนังสือโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครอง ภายใต้รัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกภาคี &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;2. การชุมนุมที่เกิดขึ้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่มีความชอบธรรม เนื่องจากเป็นการชุมนุมของคนงานที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง จำนวน 1,959 คน และเป็นการชุมนุมที่สืบเนื่องมาจาก การยื่นหนังสือต่อรองเลขาธิการฝ่ายการเมือง ประจำทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552 เพื่อติดตามว่า รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;3. การให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในหนังสือพิมพ์ไอเอ็นเอ็น ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด เนื่องจากการชุมนุมของสหภาพแรงงานฯ ทั้งหน้าทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา นั้น ได้เป็นไปตามกรอบสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้รับรองไว้ และไม่ได้มีการปิดถนนหน้าทำเนียบรัฐบาล ตามที่พล.ต.ท.วรพงษ์ได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่การที่ถนนหน้ารัฐสภาปิดเกิดขึ้น เนื่องจากการไร้ความรับผิดชอบโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการอำนวยความสะดวก ทำให้มีรถวิ่งสวนกับผู้ชุมนุมมากมาย และไม่ได้มีการปิดรัฐสภาแต่อย่างใด โดยรถยนต์และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถเข้าออกได้อย่างไม่มีปัญหา &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;4.การตอบโต้การชุมนุมครั้งนี้ โดย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ในการนำเครื่องขยายเสียงระดับไกล (LRAD: Long Range Acoustic Device) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้โดยทหารสหรัฐในสงครามอิรัก มาเปิดช่วงที่คนงานหญิงได้ชุมนุมกันอย่างสันติ และในช่วงที่กำลังประสานงานกับ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เข้ามารับหนังสือ ถือเป็นการกระทำที่ประสงค์จะให้มีการสลายการชุมนุม อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง เนื่องจากได้สร้างความเจ็บปวดในระบบหูให้กับคนงานจำนวนมาก โดยเฉพาะคนงานที่มีอายุมาก ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศได้ให้ความเห็นว่า เครื่องขยายเสียงนี้สามารถทำลายระบบหู จนทำให้ไม่ได้ยินไปตลอดชีวิตได้ หากมีการเปิดในระยะใกล้กับผู้ชุมนุม ซึ่งในกรณีนี้มีการเปิดใกล้กับผู้ชุมนุมมาก (ห่างจากผู้ชุมนุมในระยะ 1-2 เมตรเท่านั้น) อีกทั้ง การดำเนินการดังกล่าวไม่มีเหตุใดๆที่จะนำเครื่องขยายเสียงมาดำเนินการแต่อย่างใดมาใช้ เนื่องจากดังที่กล่าวแล้วข้างต้นว่า ผู้ชุมนุมได้ชุมนุมกันอย่างสันติโดยชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีอำนาจใดๆดำเนินการเพื่อให้มีการสลายการชุมนุม&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;สืบเนื่องจากความเห็นของพวกเรา เราจึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้: &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;1.เราขอเรียกร้องให้ถอนการออกหมายจับที่ไม่เป็นธรรม กับผู้นำสหภาพแรงงาน โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการจับกุมตามหมายจับ และดำเนินเพื่อร้องขอกับศาลให้มีการถอนหมายจับโดยทันที &lt;br /&gt;2. เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหภาพ ที่ได้ยื่นให้รองเลขาธิการฝ่ายการเมืองโดยเร็วที่สุด &lt;br /&gt;3. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาล และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน นำโดย พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยทางตำรวจได้เปิดเครื่องขยายเสียงที่มีเสียงดังมาก ได้รับผลกระทบต่อคนงานผู้หญิง คนงานพิการ และอายุมากที่ได้นั่งฟังปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ตัวแทนของสหภาพกำลังเข้าไปยื่นหนังสือกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ประจำรัฐสภา และการขอออกหมายจับผู้นำสหภาพ โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า เป็นการละเมิดสิทธิทางพลเมืองและทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;31 สิงหาคม 2552 &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;สมัชชาคนจน &lt;br /&gt;คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.)&lt;br /&gt;มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) &lt;br /&gt;มูลนิธิศักยภาพชุมชน&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทยอินดัสเตรียลแก๊ส&lt;br /&gt;สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ แห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทยอคริลิคไฟเบอร์&lt;br /&gt;กลุ่มผู้ใช้แรงานสระบุรีและใกล้เคียง&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานสหกิจวิศาล&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานชินาโนเคนชิ ประเทศไทย&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานแฟชั่นเอ็กซ์เพรส&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทยเปอร์อ๊อกไซด์&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานอดิตยาเบอร์ล่าเคมีคัลส์ซัลไฟล์สดิวิชั่น ประเทศไทย&lt;br /&gt;ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย(YPD)&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มรองเท้าแตะ&lt;br /&gt;กลุ่มประสานงานกรรมกร&lt;br /&gt;กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เกษียร เตชะพีระ              คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;สุณัย ผาสุข                    นักสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;รศ.กฤตยา อาชวนิจกุล      สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล&lt;br /&gt;อังคณา นีละไพจิตร           ผู้เขียนรายงานประเทศตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองฉบับที่สอง&lt;br /&gt;พันโท แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ/ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา/สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง&lt;br /&gt;นายชาตวิทย์ มงคลแสน  นายกสมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทย&lt;br /&gt;นายบุญยืน สุขใหม่           ประธานสหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาไอทีเอฟ&lt;br /&gt;พรมมา ภูมิพันธ์               ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ&lt;br /&gt;นที สรวารี                       นายกสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน&lt;br /&gt;พวงทอง ภวัครพันธุ์           รัฐศาสตร์ จุฬา &lt;br /&gt;พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์             คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์       คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;br /&gt;เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว              ศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;br /&gt;ศรีประภา เพชรมีศรี          อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา ม.มหิดล&lt;br /&gt;วัชรพล ศุภจักรวัฒนา         อาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์เเละรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร &lt;br /&gt;ปาณัสม์ชฎา ธนภาคิน        อาจารย์ประจำคณะบริหารรัฐกิจ ม.ฟาร์อีสเทิร์น &lt;br /&gt;บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ       บรรณาธิการนิตยสารวิภาษาและอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง&lt;br /&gt;Nivedita Menon              School of International Studies Jawaharlal Nehru University&lt;br /&gt;ภัควดี วีระภาสพงษ์          ประชาชน&lt;br /&gt;ส.รัตนมณี พลกล้า            ทนายความ&lt;br /&gt;สมบัติ บุญงามอนงค์         มูลนิธิกระจกเงา &lt;br /&gt;วิภา ดาวมณี                   กรรมการเครือข่ายเดือนตุลา&lt;br /&gt;ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์         นักวิชาการอิสระทางด้านรัฐศาสตร์ &lt;br /&gt;สุภิญญา กลางณรงค์        เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network)&lt;br /&gt;สุชาติ เศรษฐมาลินี          สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ&lt;br /&gt;บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์      ฝ่ายวิชาการ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย &lt;br /&gt;เจษฎา โชติกิจภิวาทย์       ผู้ประสานงานกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ&lt;br /&gt;สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์    เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ           นักกิจกรรมทางสิทธิมนุษยชน &lt;br /&gt;ชัยธวัช ตุลาฑล                นักกิจกรรมทางสังคม &lt;br /&gt;เก่งกิจ กิติเรียงลาภ          นักกิจกรรมทางสังคม &lt;br /&gt;กานต์ ยืนยง                    นักกิจกรรมทางสังคม &lt;br /&gt;พิภพ อุดมอิทธิพงศ์           นักแปลอิสระ &lt;br /&gt;พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ       โครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม&lt;br /&gt;ประดิษฐา ปริยแก้วฟ้า        เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;จารุวัฒน์ เกยูรวรรณ          โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย &lt;br /&gt;พวงชมพู รามเมือง           มูลนิธิกองทุนไทย &lt;br /&gt;อับดุลเลาะห์ หะยีอาบู       คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;br /&gt;เยาวลักษ์ อนุพันธุ์            ทนายความ สำนักงานกฎหมายสิทธิชน&lt;br /&gt;พิชิต พิทักษ์                   กลุ่มสร้างสรรค์ชืวิตและธรรมชาติ อีสาน&lt;br /&gt;พิษณุ ไชยมงคล             สำนักเรียนรู้เพื่อประชาธิปไตยท้องถิ่น (สปท.)&lt;br /&gt;นายประสาท ศรีเกิด          สถาบันเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย &lt;br /&gt;นายอาณัติ สุทธิเสมอ       ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ ภาคเหนือตอนล่าง&lt;br /&gt;นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  YPD/ตัวแทนจากองค์กรนักศึกษา ม.รังสิต&lt;br /&gt;ชาญณรงค์ วงค์วิชัย          นักกิจกรรมรณรงค์ทางสังคมด้านเอชไอวี/เอดส์&lt;br /&gt;ว่าที่ ร.อ.ภาดร ผลาพิบูลย์ สมาคมรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย&lt;br /&gt;นางกสิณา สริจันทร์          สถาบันอิสานภิวัตน์&lt;br /&gt;ขวัญรวี วังอุดม                 นักศึกษาปริญญาโท คณะสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา สถาบันสังคมศึกษา   &lt;br /&gt;                                   ประเทศเนเธอร์แลนด์ &lt;br /&gt;ชล บุนนาค                      นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยอีราสมุส รอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์&lt;br /&gt;เทวฤทธิ์ มณีฉาย             นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ &lt;br /&gt;เอกรินทร์ ต่วนศิริ              นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &lt;br /&gt;อุบลพรรณ กระจ่างโพธิ์      นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;อดิศร เกิดมงคล              นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;อุเชนทร์ เชียงเสน            นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;ปฤณ เทพนรินทร์              นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;อานนท์ อุณหะสูต            นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;อานนท์ ชวาลาวัณย์           นักศึกษาปริญญาโท Jawaharlal Nehru University New Delhi&lt;br /&gt;Timo Ojanen                  นักศึกษาระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ&lt;br /&gt;กมลชนก สุขใส                อดีตนักศึกษาปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;ไชยรัตน์ ชินบุตร              นักศึกษา คณะ รัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง&lt;br /&gt;สิริลักษณ์ ศรีประสิทธิ์        นักศึกษาโรงเรียนแม่น้ำโขง Mekong School-EarthRights International&lt;br /&gt;เยาวลักษ์ อนุพันธุ์            ทนายความ สำนักงานกฎหมายสิทธิชน&lt;br /&gt;อนุชา มิตรสุวรรณ            อิสรชนผู้รักความเป็นธรรม/เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;สุภาภรณ์ มาลัยลอย         ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและสิ่งแวดล้อม/เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;ภาวิณี ชุมศรี                    เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;ปรีดา นาคผิว                  เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน&lt;br /&gt;ศิริภาส ยมจินดา              ประชาชน &lt;br /&gt;วิทยา อาภรณ์&lt;br /&gt;น.ส.สุรีรัตน์    นนทโชติ    โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี&lt;br /&gt;นางสายสม    โกมลเสวิน   โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี&lt;br /&gt;น.ส.ปาณิศา   ขวัญเมือง    โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี&lt;br /&gt;นางสมจิตร์    รามนันทน์    โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี&lt;br /&gt;นายสมศักดิ์    เจริญศรี      โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี          &lt;br /&gt;นายไพบูลย์    บุณรอด     โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี      &lt;br /&gt;นายสมศักดิ์    เกศชนา      โครงข่ายภาคประชาสังคมนนทบุรี&lt;br /&gt;ครรชิต พัฒนโภคะ            องค์กรเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;พัชณีย์ คำหนัก                 องค์กรเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;ยุพิน อิ่มดำ                     องค์กรเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;สมาภรณ์ แก้วเกลี้ยง         สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;คมลักษณ์ ไชยยะ            สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;ทัตธนนันต์ นวลมณี           สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;รสา หิรัญฤทธิ์                  สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;กมล ศุภวงศ์                    สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;บุญธิดา อาจารยางกูร        สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;ชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ        สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;อุษากร เหมือนประยูร        สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;สุจีรา เพ็งญา                   สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;สาธิต เลิศโชติรัตน์            สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;กีรประวัติ คล่องวัชรชัย      สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;ชวลีย์ รัตนววิไลสกุล         สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;เขมนิจ เสนาจักร               สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;นรสิงค์ ศรีวิโรจน์              สมัชชาสังคมก้าวหน้า&lt;br /&gt;กวิน ชุติมา                      นักกิจกรรม องค์กรพัฒนาเอกชน&lt;br /&gt;เขมนิจ เสนาจักร               ประชาชน&lt;br /&gt;บุหงา เสนาจักร                ประชาชน&lt;br /&gt;ปรินดา วานิชสันต์             ประชาชน&lt;br /&gt;ชวลีย์ รัตนวิไลสกุล           ประชาชน&lt;br /&gt;ณัฐรัช ฐาปโนสถ              มูลนิธิกระจกเงา&lt;br /&gt;เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข      มูลนิธิกระจกเงา&lt;br /&gt;อรรณพ นิพิทเมธาวี           Webmaster ThaiNGO.org&lt;br /&gt;ปฐมพร ศรีมันตะ               ประชาชนและนักกิจกรรมธรรมดา&lt;br /&gt;โชติศักดิ์ อ่อนสูง              กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;วิทยากร บุญเรือง              ประชาชน&lt;br /&gt;ใจ อึ๊งภากรณ์&lt;br /&gt;ว่าที่ ร.อ.ภาดร ผลาพิบูลย์&lt;br /&gt;นางกสิณา สริจันทร์&lt;br /&gt;นายสุรพล ปัญญาวชิระ&lt;br /&gt;ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล&lt;br /&gt;จิรฐา ขอสูงเนิน&lt;br /&gt;ประสงค์ สุวรรณโฉม&lt;br /&gt;นิษฐกานต์ บุญศาสตร์&lt;br /&gt;อรรคพล สาตุ้ม                ศิลปินอิสระ&lt;br /&gt;ประดิษฐ์ ดาวมณี             ประชาชน&lt;br /&gt;พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ         ประชาชน&lt;br /&gt;บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูล       ประชาชน&lt;br /&gt;อัฐธาดา ชมสุวรรณ           แรงงานไทยในต่างแดน&lt;br /&gt;น.ส. ชญานี ขุนกัน&lt;br /&gt;วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา        ร้านหนัง(สือ)๒๕๒๑&lt;br /&gt;ภูมิวัฒน์ นุกิจ                  นักธุรกิจเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม&lt;br /&gt;นครินทร์ วิศิษฎ์สิน&lt;br /&gt;ธนกร มาณะวิท                ประชาชน&lt;br /&gt;พริสร์ สมุทรสาร&lt;br /&gt;ฉันทนา วินิจจะกูล            นักทำหนังสืออิสระ&lt;br /&gt;ปรานม สมวงศ์                 ประชาชน&lt;br /&gt;ณภัทร สาเศียร                 ประชาชน&lt;br /&gt;กานต์ ทัศนภักดิ์               ประชาชน&lt;br /&gt;วุฒิไกร กลางทอง&lt;br /&gt;ชาญณรงค์ วงค์วิชัย          นักกิจกรรมรณรงค์ทางสังคมด้านเอชไอวี/เอดส์&lt;br /&gt;Numnual Yapparat&lt;br /&gt;นันทนีย์ เจษฎาชัยยุทธ์&lt;br /&gt;ภัทชา ด้วงกลัด&lt;br /&gt;ธนาวิ โชติประดิษฐ            ประชาชน&lt;br /&gt;ทิวสน สีอุ่น                     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;ศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา       คนงานในโรงงานทอผ้าย่านรังสิตปทุมธานี ประเทศสยาม&lt;br /&gt;ทินกร ดาราสูรย์               ประชาชน&lt;br /&gt;พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ          Thai Netizen Network&lt;br /&gt;ปารัชนันท์ ภาวัตโภควินท์    ประชาชน&lt;br /&gt;ประกีรติ สัตสุต                 ประชาชน          &lt;br /&gt;สมิทธ์ ถนอมศาสนะ         ประชาชน&lt;br /&gt;มินตา ภณปฤณ               ประชาชน&lt;br /&gt;อาณัติ สุทธิเสมอ ประชาชน&lt;br /&gt;ชาตรี สมนึก นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;ประกาศ เรืองดิษฐ์ ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.)&lt;br /&gt;สคฤทธิ์ จันทร์แก้ว นักกิจกรรมรณรงค์ทางสังคมด้านการเมืองสิทธิมนุษยชน และ ศิลปินอิสระ&lt;br /&gt;วาสิฎฐี บุญรัศมี ประชาชน&lt;br /&gt;ชัชชล อัจนากิตติ ประชาชน&lt;br /&gt;ศิโรฒน์ รัตนาภรณ์ นักศึกษาและนักเขียนบทความพุทธศาสนามหายานแนวมนุษยนิยม&lt;br /&gt;ศรวุฒิ ปิงคลาศัย นักศึกษาปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;โสฬสสา มีสมปลื้ม นศ.ปริญญาโท สตรีศึกษา มธ.&lt;br /&gt;Pairat Pannara&lt;br /&gt;จาพิกรณ์ เผือกโสภา นิสิตปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;ปรัชญา สุรกำจรโรจน์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง &lt;br /&gt;ปาลิดา ประการะโพธิ์ นักเรียน&lt;br /&gt;กัปตัน จึงธีรพานิช นิสิตปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;มินตา ภณปฤณ ประชาชน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-7421656880384869723?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/7421656880384869723/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=7421656880384869723' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7421656880384869723'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/7421656880384869723'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='ร้องถอนหมายจับผู้นำสหภาพแรงงาน- กก.สิทธิ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ตร.'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Stu-KX1gyyI/AAAAAAAACrM/W4rEBiEI8RE/s72-c/P1210064.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-6189745391861797978</id><published>2009-09-11T20:51:00.000-07:00</published><updated>2009-09-11T20:53:00.542-07:00</updated><title type='text'>6P1 เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย</title><content type='html'>&lt;object width="320" height="265"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/mzY2RbRLVc4&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/mzY2RbRLVc4&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="320" height="265"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-6189745391861797978?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/6189745391861797978/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=6189745391861797978' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6189745391861797978'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6189745391861797978'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/09/6p1.html' title='6P1 เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-2011821461268239528</id><published>2009-09-07T23:09:00.000-07:00</published><updated>2009-09-08T00:02:51.179-07:00</updated><title type='text'>Download WMV ประกายไฟเสวนา ตอน “ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ”</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3tl_EAGI/AAAAAAAACp4/86xHWJAMOKo/s1600-h/10226_113365673077_670498077_2065330_6878027_n.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5378977692626714722" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3tl_EAGI/AAAAAAAACp4/86xHWJAMOKo/s320/10226_113365673077_670498077_2065330_6878027_n.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3uDv0QAI/AAAAAAAACqA/qsISXAicUmw/s1600-h/10226_113363518077_670498077_2065313_3490966_n.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5378977700615831554" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3uDv0QAI/AAAAAAAACqA/qsISXAicUmw/s320/10226_113363518077_670498077_2065313_3490966_n.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3umS2mqI/AAAAAAAACqI/J8obXDJHKlk/s1600-h/10226_113370598077_670498077_2065380_1022987_n.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5378977709889591970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3umS2mqI/AAAAAAAACqI/J8obXDJHKlk/s320/10226_113370598077_670498077_2065380_1022987_n.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3u_0Lx7I/AAAAAAAACqQ/-xpngwknBh0/s1600-h/10226_113370603077_670498077_2065381_6513834_n.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5378977716740278194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3u_0Lx7I/AAAAAAAACqQ/-xpngwknBh0/s320/10226_113370603077_670498077_2065381_6513834_n.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่าง Clip งานเสวนานั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/NNiq1X6pS9Y&amp;amp;hl=" fs="1&amp;amp;color1=" color2="0xcd311b" width="320" height="265" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสวนาโต๊ะกลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวข้อ ขบวนการนักศึกษา: ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.00 – 17.00 น. วันเสาร์ ที่ 5 กันยายน 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;@ ห้องอ่านหนังสือชั้นใต้ดิน อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://baygon2.no-ip.org/savefiles/090905/14-090905-01.WMV"&gt;WMV&lt;/a&gt; ช่วง1&lt;br /&gt;&lt;a href="http://baygon2.no-ip.org/savefiles/090905/14-090905-02.WMV"&gt;WMV&lt;/a&gt; ช่วง2&lt;br /&gt;&lt;a href="http://baygon2.no-ip.org/savefiles/090905/14-090905-03.WMV"&gt;WMV&lt;/a&gt; ช่วง3&lt;br /&gt;&lt;a href="http://baygon2.no-ip.org/savefiles/090905/14-090905-04.WMV"&gt;WMV&lt;/a&gt; ช่วง4&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรม “ช็อปแอนด์แชร์” แบ่งกันใช้ แบ่งกันคิด แบ่งกันฟัง จากอดีต จนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ 14 ตุลานับเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนไหวภาคประชาชนโดยเฉพาะหนุ่ม-สาว นิสิต นักศึกษา ที่มีพลังในการขับเคลื่อนสังคม อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ จิตอาสา เพื่อให้สังคมมีความก้าวหน้าและเป็นการยกระดับทางจิตใจ กิจกรรมนิสิตนักศึกษา ในปัจจุบัน มีการดำเนินให้หลายรูปแบบ แต่ล้วนเพื่อการสรรค์สร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมทั้งนั้น แต่สิ่งที่ขาดจริง ๆ ก็คือพิ้นที่ในการแสดงออกทางกิจกรรมอย่างจริงจัง ในฐานะอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาเป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ในการขับเคลื่อนทางสังคมของคนหนุ่มสาว มาแต่อดีต จึงเห็นควรเปิดพื้นที่เพื่อให้ เยาวชน ได้เข้ามาใช้พื้นที่ของอนุสรณ์สถาน ในการจัดกิจกรรม ทางสังคม ในประเด็นที่สร้างสรรค์ และเป็นการผนึกกำลังของคนรุ่นใหม่เพื่อรวมไว้ที่นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวทางในอนาคต&lt;br /&gt;คาดว่าจะจัดเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันเสาร์แรกของเดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำหนดการจัดกิจกรรม&lt;br /&gt;จัดในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2552 เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป&lt;br /&gt;ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.00 น. เริ่มงานกิจกรรม “ช็อปแอนด์แชร์” แบ่งกันใช้ แบ่งกันคิด แบ่งกันฟัง พบกับ การออกร้าน ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.00 น. กิจกรรมประกายไฟเสวนา ตอน “ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ” ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17.00 น. กิจกรรมแสดงดนตรี วงสลึง มหิดล วงพรานล่าเนื้อ ศิลปากร วงลู่ลม พระนครเหนือ วงสมุนไพร พระนครเหนือ วงข้าวเหนียวปั้น รามคำแหง ณ เวทีอัฒจรรย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... ในขณะที่บางคนบอกเราว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่นำเข้ามาจากตะวันตกดังนั้นจึงไม่เหมาะกับสังคมไทย (แต่ก็ไม่เคยบอกว่าอะไรเหมาะกับสังคมไทยสังคมไทย) แต่ขณะเดียวกันกลับมีบางคนที่บอกเราว่าสังคมไทยเป็นประชาธิปไตยมานานแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัยและคัมภีร์พระธรรมศาสตร์คือรัฐธรรมนูญฉบับแรก …&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;… ในขณะที่บางคนบอกเราว่าสังคมไทยในปัจจุบันยังไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ได้บอกเราว่าอีกนานแค่ไหนจึงจะพร้อม และยิ่งไม่ได้บอกเราว่าระหว่างนี้ (ที่ยังไม่พร้อมจะเป็นประชาธิปไตย) สังคมไทยควรใช้ระบอบอะไร …&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอีกเช่นกัน 19 กันยาปีนี้ก็จะครบรอบ 3 ปีของการรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อ 19 ก.ย. 2549 โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาก็มีกลิ่นอายของการรัฐประหารมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้กระ&lt;br /&gt;ทั้ง ณ เวลานี้ เวลาที่ใกล้จะครบรอบ 3 ขวบ ของการรัฐประหารในครั้งนั้น ก็ยังมิวานที่จะได้กลิ่นตลบอบอวนไปด้วยการรัฐประหารซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่ขบวนการนักศึกษาซึ่งถูกมองว่าเป็นกำลังสำคัญในการเรียกร้องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นในอดีต ณ ปัจจุบันนี้พวกเขาเหล่านั้นมองประชาธิปไตยหน้าตาเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มประกายไฟ ร่วมกับนักศึกษาและนักกิจกรรมจำนวนหนึ่ง จึงได้ริเริ่มจัดกิจกรรมในรูปแบบของการเสวนาขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ มาพูดคุย แลกเปลี่ยน มุมมอง ทัศนคติต่อการเมืองและประชาธิปไตยระหว่างกัน จึงเกิดเป็นกิจกรรมเสวนาโต๊ะกลมแบบชิลๆ ในประเด็นที่ไม่ชิลๆ ในชื่อ ประกายไฟเสวนา ตอน “ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;1. เพื่อให้เกิดการนำเสนอมุมมอง ทัศนคติต่อคำว่า “ประชาธิปไตย” ของแต่ละกลุ่ม&lt;br /&gt;2. เพื่อให้เกิดการพูดคุย แลกเปลี่ยน มุมมอง ทัศนคติต่อการเมืองและประชาธิปไตยระหว่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.00 – 14.00 น. ลงทะเบียน พุดคุยกันตามอัธยาศรัย พร้อมชมการออกร้านบริเวณโถงชั้นล่างอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.00 – 17.00 น เสวนาโต๊ะกลม หัวข้อ “ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำเสวนาโดย&lt;br /&gt;ตัวแทนจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;br /&gt;ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD)&lt;br /&gt;ตัวแทนจากกลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;ตัวแทนจากกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคม ม.รามคำแหง&lt;br /&gt;ตัวแทนกลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;ตัวแทนจากกลุ่มนักศึกษาเสรีปัญญาชน&lt;br /&gt;ตัวแทนจากกลุ่ม Food Not Boom&lt;br /&gt;ตัวแทนกลุ่มเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย&lt;br /&gt;ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-2011821461268239528?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/2011821461268239528/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=2011821461268239528' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2011821461268239528'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2011821461268239528'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/09/down-load-wmv.html' title='Download WMV ประกายไฟเสวนา ตอน “ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SqX3tl_EAGI/AAAAAAAACp4/86xHWJAMOKo/s72-c/10226_113365673077_670498077_2065330_6878027_n.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-3631204135410404345</id><published>2009-09-02T03:36:00.000-07:00</published><updated>2009-09-02T03:40:32.527-07:00</updated><title type='text'>มูลนิธิ 14 ตุลา ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาว เข้าร่วมงาน</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sp5LBZbyRWI/AAAAAAAACpw/4lkGguHwDWM/s1600-h/14tula.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 252px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sp5LBZbyRWI/AAAAAAAACpw/4lkGguHwDWM/s320/14tula.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5376817492506330466" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;กิจกรรม “ช็อปแอนด์แชร์” แบ่งกันใช้ แบ่งกันคิด แบ่งกันฟัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  จากอดีต จนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ 14 ตุลานับเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนไหวภาคประชาชนโดยเฉพาะหนุ่ม-สาว นิสิต นักศึกษา ที่มีพลังในการขับเคลื่อนสังคม อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ จิตอาสา เพื่อให้สังคมมีความก้าวหน้าและเป็นการยกระดับทางจิตใจ กิจกรรมนิสิตนักศึกษา ในปัจจุบัน มีการดำเนินให้หลายรูปแบบ แต่ล้วนเพื่อการสรรค์สร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมทั้งนั้น แต่สิ่งที่ขาดจริง ๆ ก็คือพิ้นที่ในการแสดงออกทางกิจกรรมอย่างจริงจัง ในฐานะอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาเป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ในการขับเคลื่อนทางสังคมของคนหนุ่มสาว มาแต่อดีต จึงเห็นควรเปิดพื้นที่เพื่อให้ เยาวชน ได้เข้ามาใช้พื้นที่ของอนุสรณ์สถาน ในการจัดกิจกรรม ทางสังคม ในประเด็นที่สร้างสรรค์ และเป็นการผนึกกำลังของคนรุ่นใหม่เพื่อรวมไว้ที่นี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.       เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชน นิสิต นักศึกษา องค์กรเยาวชน องค์การนิสิต นักศึกษา ได้เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อแสดงออกและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ หารายได้เพื่อนำไปทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.       เพื่อให้เกิดการพูดคุย แลกเปลี่ยน มุมมอง ทัศนคติต่อการเมืองและประชาธิปไตยระหว่างกัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; -- กิจกรรมดนตรี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;         กิจกรรมดนตรีเป็นกิจกรรมที่วัยรุ่นค่อนข้างให้ความสนใจเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน และการบริโภคของคนยุคใหม่ค่อนข้างเปิดกว้างมากขึ้น ดังนั้นการจัดกิจกรรมดนตรี จึงเป็นช่องทางนึงที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลเรื่องประชาธิปไตยให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้และเข้าใจ โดยผ่านกิจกรรมที่เค้าให้ความสนใจ การเลือกวงดนตรีนั้นอาจจะเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่แต่ไม่ละเลยอุดมการณ์ประชาธิปไตยและต้องเปิดกว้างให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-- กิจกรรมออกร้าน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;             กิจกรรมออกร้านเป็นการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มกิจกรรมที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมได้เข้ามาใช้พื้นที่ในงานเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค หรือการขายของ ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือกต้องเป็น กลุ่มเยาวชนที่ทำงานเพื่อสังคมและนำรายได้ไปเพื่อการทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไปเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-- กิจกรรมเสวนา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    กิจกรรมเสนาเป็นการพบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างบุคคล กลุ่มกิจกรรม โดยการจัด เราจะเลือกเอา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เข้าร่วมเสวนาที่เป็นบุคคลที่น่าสนใจของคนรุ่นใหม่ มาพูดคุย แลกเปลี่ยน มุมมอง ทัศนคติต่อการเมืองและประชาธิปไตย เพื่อช่วยกันคิดในประเด็นเรื่องประชาธิปไตย    &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำหนดการจัดกิจกรรม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จัดในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2552 เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13.00 น.               เริ่มงานกิจกรรม “ช็อปแอนด์แชร์” แบ่งกันใช้ แบ่งกันคิด แบ่งกันฟัง  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                           พบกับ การออกร้าน ณ  อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;14.00 – 17.00 น     ประกายไฟเสวนา “&lt;br /&gt;                           ขบวนการนักศึกษา : ประชาธิปไตย คุณคือใคร ก่อนรัฐประหารซ้ำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;            นำเสวนาโดย         &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) &lt;br /&gt;            ตัวแทนจาก ศูนย์ประสานงานนักเรียน นิสิต นักศึกษา (ศนศ.) &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากกลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;            ตัวแทนจากกลุ่มประชาธิปไตยไม่ใช่แค่กิ๊ก (กปก.) &lt;br /&gt;            ตัวแทนจากกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคม ม.รามคำแหง&lt;br /&gt;            ตัวแทนกลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;            ตัวแทนจากกลุ่มนักศึกษาเสรีปัญญาชน&lt;br /&gt;            ตัวแทนจากเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ (Young PAD.)&lt;br /&gt;            ตัวแทนจากกลุ่มแรงคิด&lt;br /&gt;            ตัวแทนกลุ่มเลี้ยวซ้าย&lt;br /&gt;            ตัวแทนกลุ่ม Food not Boom&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      ดำเนินรายการโดย&lt;br /&gt;            เก่งกิจ กิติเรียงลาภ  กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17.00 น.               กิจกรรมแสดงดนตรี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                             วงสลึง                                 มหิดล&lt;br /&gt;                             วงพรานล่าเนื้อ                       ศิลปากร&lt;br /&gt;                             วงลู่ลม                                 พระนครเหนือ&lt;br /&gt;                             วงสมุนไพร                            พระนครเหนือ&lt;br /&gt;                             วงข้าวเหนียวปั้น                      รามคำแหง&lt;br /&gt;                             ณ  เวทีอัฒจรรย์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จัดโดย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        มูลนิธิ 14 ตุลา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        เยาวชน วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปที่สนใจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลที่คาดว่าจะได้รับ&lt;br /&gt;1.       เกิดการสนใจในเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;2.       ขยายวงการสืบทอดเจตนารมย์ไปสู่เยาวชน คนรุ่นใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.      อนุสรณ์สถานกลายเป็นจุดศูนย์กลางการทำกิจกรรมของเยาวชน โดยไม่ปิดกัน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียดที่ 02-622-1013-5&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-3631204135410404345?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/3631204135410404345/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=3631204135410404345' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/3631204135410404345'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/3631204135410404345'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/09/14.html' title='มูลนิธิ 14 ตุลา ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาว เข้าร่วมงาน'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sp5LBZbyRWI/AAAAAAAACpw/4lkGguHwDWM/s72-c/14tula.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-594502839357058481</id><published>2009-08-26T11:34:00.000-07:00</published><updated>2009-08-26T11:45:37.624-07:00</updated><title type='text'>สัมภาษณ์: ปาลิดา ประการะโพธิ์ “โปรดอย่าพูดแบบเหมารวม เด็กมัธยมก็สนใจปัญหาสังคม”</title><content type='html'>คลื่นลูกใหม่ๆ ย่อมมาแทนที่คลื่นลูกเก่าเสมอ ในห้วงเวลาที่นักกิจกรรม-เอ็นจีโอรุ่นเก่าแก่ เริ่มหาที่ทางในช่วงบั้นปลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสิงตามพรรคการเมือง ออกไปเป็นที่ปรึกษาตามหน่วยงานองค์กรต่างๆ หรือเริ่มแคะกระปุกเงินเก็บออมไปกว้านซื้อหากระท่อมเล็กกระท่อมน้อยตามชนบทบรรยากาศเขียวๆ สร้างสวรรค์ในช่วงท้ายของชีวิต ส่วนรุ่นกลางๆ มาหน่อยก็กำลังเพลิดเพลินกับหน้าที่บริหารองค์กร เขียนโครงการขอทุน การออกแถลงการณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว และบินไปประชุมตามที่ต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ประชาไทขอนำเสนอบทสัมภาษณ์ นักกิจกรรมรุ่นใหม่ เพื่อเป็นการหวนรำลึกไปถึงวันที่คนหนุ่มสาวเริ่มออกแสวงหาเส้นทางเพื่อการค้นพบคุณค่าของตัวเอง กลับไปในช่วงสมัยที่เริ่มหัดออกค่าย แบกเป้ โบกรถ ตามหาความฝัน&lt;br /&gt;“ปาลิดา ประการะโพธิ์” เด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กมัธยมที่กล้าประกาศกับผู้ใหญ่หรือนักกิจกรรมรุ่นเก๋าๆ ทั้งหลายว่า “โปรดอย่าพูดแบบเหมารวม เด็กมัธยมก็สนใจปัญหาสังคม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5374343630134904994" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 298px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SpWBDp8TCKI/AAAAAAAACm4/2s9mPDn3Yrc/s320/palida.jpg" border="0" /&gt; &lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;“ปาลิดา ประการะโพธิ์”&lt;br /&gt;ขณะทำกิจกรรมครบรอบ 21 ปีเหตุการณ์ 8888 เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 52 ที่ผ่านมา(ด้านหลังเป็นจิตรา คชเดช ปิดปากคาดหัวเราก็แอบรู้เพราะเราอยู่ในเหตุการณ์)&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นจากการอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปาลิดา เกิดมาในครอบครัวที่เธอเรียกว่าเป็น “ครอบครัวธรรมดาๆ” ซึ่งหัดให้เธอเริ่มรู้จักรับผิดชอบต่อตนเองต้องแต่ช่วงประถม และในบางครั้งอาจจะมีอารมณ์ เศร้า เหงารัก ตามประสาเด็กทั่วไป แต่สิ่งที่เธอใช้บำบัดอารมณ์ในวัยเยาว์ของเธอนั่นก็คือ ‘การอ่าน’&lt;br /&gt;“เกิดในครอบครัวธรรมดา เป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่สอนให้รับผิดชอบตัวเองตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน ประมาณประถมต้นก็หัดรีดผ้าเองแล้ว พอโตหน่อยประถมปลายก็พ่อแม่ก็ส่งเข้าโรงเรียนประจำ ทำให้ยิ่งต้องช่วยเหลือตัวเองให้เป็นเข้าไปกันใหญ่ พอห่างจากพ่อแม่ก็มีเหงาบ้างอะไรบ้าง เลยต้องหาสิ่งจรรโลงใจหน่อย คือ หนังสือ เป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ว่าจะหนังสืออะไรได้หมด ตั้งแต่การ์ตูนยันสารคดีหนักๆ แต่อย่างหลังนี่ตอนเด็กๆ อ่านเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็พยายามอ่าน สนุกดี อ่านหนังสือมาเรื่อยจนกระทั่ง ป.4 เริ่มอ่านหนังสือที่ไม่มีภาพ เน้นหนาๆ อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี่อ่านสี่เล่มรวดเลย แล้วก็นวนิยายแบบคลาสสิคสุดๆอย่าง สี่แผ่นอิน หรือรัตนโกสินทร์ ฯลฯ ช่วงนั้นบ้ามากเอาไปอ่านในเวลาเรียนจนครูว่าแต่ก็ไม่สนใจเท่าไหร่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดำเนินชีวิตมาเรื่อยๆ แบบเด็กปกติทั่วไป ไม่รับไม่รู้อะไรกับโลกภายนอกเขาเท่าไหร่ เขาบอกให้เรียนเราก็เรียน เขาบอกให้สอบเราก็สอบไป บ้าเรียนกวดวิชา บ้าทีวี กลับมาบ้านนี่ต้องเปิดทีวีก่อนเลย จนกระมาถึงประมาณ ม.4 เริ่มเห็นความจริงของโลกจากการอ่านหนังสือหลายๆ เล่มแล้วเราเริ่มคิดตามว่าทำไมสิ่งนั้นถึงเป็นแบบนี้ สิ่งนี้ถึงเป็นแบบนั้น สงสัยมาก พอดีได้คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งตอนนั้นเขาย้ายไปเรียนอยู่โรงเรียนเตรียมฯ เมื่อก่อนสนิทกันมากเพราะเคยอยู่ประจำหอเดียวกัน พี่คนนี้เขาสนใจการเมือง สนใจความเคลื่อนไหวรอบโลก แล้วก็มาแนะนำว่าลองอ่านอันนี้สิ ลองไปดูอันนั้นสิ ซึ่งก็จำไม่ได้ว่าพี่เขาแนะนำว่าอย่างไร แต่มันเป็นจุดหักเหของการเปลี่ยนมุมมองในการมองโลก ก่อนหน้านี้ชีวิตมีแต่บ้านกับโรงเรียน สองอย่างนี้กลืนกินชีวิตกว่า 80% หลังจากนั้นเราก็เริ่มหันกลับไปมองว่าเอ… ไอ้ที่เราทำไปเมื่อก่อนนั่นเราทำอะไร เราทำเพื่อใคร แล้วตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือเล่มหนาอย่าง ‘ปุลากง’ ซึ่งเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของพ่อเธอในสมัยที่ยังเรียนอยู่ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญเมื่อครั้งที่หยิบมาอ่าน และมันก็เป็นประตูให้เธอเริ่มก้าวเข้ามาเป็นนักกิจกรรมวัยเยาว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การอ่านนี่มันทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้จริงๆ นะ ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘ปุลากง’ เป็นหนังสือเก่ามากแล้ว หนังสือนี้ใช้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของพ่อสมัยตอนเรียนหนังสือ เรื่องราวในนั้นมันจะเล่าเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนใต้ เราเห็นว่ามันแปลกดี บางเรื่องไม่เคยรู้มาก่อน เลยตามอ่านหนังสือเกี่ยวกับมุสลิมทั้งหมด ไม่ว่าจะในตะวันออกกลาง วัฒนธรรมของชาวมุสลิม ข้อบังคับทางศาสนา รู้สึกว่าอารยธรรมของชาวมุสลิมนี่มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้น่าติดตามดี เลยความบ้าขึ้นมาอยากจะไปเรียนภาษาอาหรับ พออยากแล้วก็ไปหาที่เรียนเลย ไกลแค่ไหนก็จะไปให้ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอนนั้นได้ที่เรียนที่ WAMY ( World Assembly of Muslim Youth) อยู่แถวๆ อ่อนนุช ไกลมากเลยนะจากหลักสี่เนี่ย แต่ก็ได้ไปเรียนจนได้ เรียนได้ไม่นานก็ต้องหยุด เพราะสู้ค่าเดินทางไม่ไหว พอเราได้เรียนอาหรับเรารู้สึกว่าเอ...ทำมีความสุขจัง เลยเกิดความกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะไปเจอของจริง พอดีรู้จักพี่คนหนึ่งเขาทำค่ายเกี่ยวกับเรียนรู้วิถีชาวบ้านที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ก็เลยตกลงไปกับเค้าด้วย พี่เขาเป็นกังวลใหญ่เลยว่ามีเด็กนี่ตามไปด้วยจะเป็นไรไหม เพราะมันเป็นค่ายของนักศึกษา ถ้าน้องเขาไปแล้วเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำยังไง พี่เขาถามแล้วถามอีกว่าจะไปแน่เหรอ เราก็บอกว่าแน่ เพราะอยากไปมานานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ที่ตอบตกลงไปนี่ยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เลย กลัวเขาจะไม่ให้ไป แต่ก็ต้องตัดสินใจบอกเพราะกลัวเขาจะช็อค ถ้าวันหนึ่งลูกสาวหอบกระเป๋าออกไปข้างนอกสามวันเจ็ดวันโดยไม่บอกกล่าว บอกไปทีแรกหัวเด็กตีนขาดยังไงเขาก็ไม่ให้ไป เราก็ต่อต้านในใจ คิดว่าชีวิตกู กูลิขิตเองได้ จะไปซะอย่างใครจะทำไม พ่อแม่สอนให้เราจะทำอะไรก็คิดเอง ถามพ่อแม่พอเป็นธรรมเนียม ก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงนะ แต่ทำไงได้ เรามันดื้อด้าน หลังๆ เขาก็เลยอยากไปไหนก็ไป ลงสามจังหวัดชายแดนนี่ถือเป็นกิจกรมแรกที่ได้ทำจริงๆ จัง ได้ไปลงพื้นที่เยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ไม่ดูวิถีชาวบ้านว่าเขาอยู่กันยังไง ไปไม่กี่วันนี่หลงเสน่ห์ชาวมลายูเข้าอย่างจัง รักมากพื้นที่นี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสบการณ์ชายแดนใต้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ปาลิดาได้พบเห็นจากการลงพื้นที่ครั้งนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่เคยสัมผัส และเธอได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย&lt;br /&gt;“พื้นที่สีเขียวนี่แพร่วงกว้างมาก ไปตอนแรกนี่ตกใจ หลังๆ เริ่มชิน พอขบวนรถนักศึกษาลงไปนี่ต้อนรับอย่างดีเลย พี่แก (ทหาร) เล่นบล็อกเราทุกด่าน ถนนสายหนึ่งนี่มีด่านมากกว่าสิบด่านได้มั้งไม่ให้ไปบ้าง จะจัดรถทหารไปนำขบวนให้บ้าง แต่เราก็ปฏิเสธนะ ถ้าเขาไปด้วยชาวบ้านหวาดระแวงแน่ๆ ทหารก็กลัวว่าขบวนการจะมาทำอะไรเรา แต่เรามั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอลงไปก็เห็นปัญหาหลายๆ อย่าง ปัญหาที่ครอบครัวส่วนใหญ่ประสบคือ ขาดผู้นำครอบครัว ขาดสามี ขาดที่พึ่ง เพราะเสียชีวิตไปกับเหตุการณ์ไม่สงบทั้งที่เกิดจากรัฐและผู้ก่อการร้าย บางครอบครัวได้รับคำสัญญาจากรัฐว่าจะให้เงินช่วยเหลือครอบครัวแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ หรือพอเกิดเรื่องอะไรก็ให้ไปฟ้องศาลเอาเอง แล้วลองคิดดูสิ ชาวบ้านก็จนอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปวิ่งเต้นจ้างทนายมาว่าความ ไหนจะค่าเดินทาง ค่านู่นค่านี่ เต็มไปหมด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในส่วนตัวมองว่าปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่น่าจะได้รับการแก้ไขจากรัฐคือปัญหาการไม่มีที่ทำกิน อย่างน่านน้ำทะเลปัตตานีเนี่ย พวกนายทุนเขาพากันไปจับจองกันหมด มีการปักปันเขตแดนด้วยนะ ชาวบ้านเลยหมดทางทำมาหาดิน ออกเรือไปไหนก็ไม่ได้ เพราะนายทุนเขาห้ามเขาเขตเขา นายทุนก็ฉลาดทำการฮั้วกับกำนันผู้ใหญ่บ้านเสร็จสรรพ หมดเลยที่ดินทำกิน แล้วยังมีการถมที่ตั้งโรงงานปลากระป๋องยื่นออกไปในทะเล ปล่อยน้ำเสียออกมาอีก ชาวบ้านเดือดร้อนเข้าไปอีกปัญหาของชาวบ้านมันไม่ได้รับการแก้ไข เพราะคนในระบบราชการ คนใหญ่คนโตมันไปทำเสียเอง ผลประโยชน์มันมหาศาลมันล่อตา คราวนี้ยังไงล่ะชาวบ้านจะเหลืออะไร ก็เจ๊งลูกเดียว”&lt;br /&gt;ปาลิดาเห็นว่าปัจจัยที่ทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบ คือเรื่องของความอึมครึมตึงเครียด และนโยบายการใช้การทหารนำการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บรรยากาศมันอึมครึม ต่างฝ่ายต่างใช้ความรุนแรงเข้าหากัน ไม่มีใครรู้ว่าความรุนแรงและการประหัตประหารชีวิตกันในแต่ละวันมันมาจากเหตุผลและวัตถุประสงค์อะไร มันมีสมมติฐานหลายอย่างที่ใช้ในการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกนักวิชาการหรือฝ่ายทหารก็จะบอกว่าหัวหอกของการก่อการร้ายคือพวก BRN-Coordinate ซึ่งพวกเขาต่างจินตนาการกันว่าเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างชัดเจน และมีการสั่งงานเป็นขั้นเป็นตอน เป็นลำดับขั้นชัดเจน การที่ไปเอะอะเป็นตุเป็นตะเอาเองอย่างนั้นมันจะนำไปสู่การเข้าใจผิด การแก้ปัญหาเลยไม่ถูกที่ถูกทาง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อีกอย่างคือการใช้การทหารนำการเมือง พื้นที่ที่ภาคใต้มีสถาพคล้ายเมืองที่เป็นอาณานิคมอยู่เต็มที ถึงแม้ว่าในอดีต สยามจะเคยบุกตีรัฐปัตตานีมาเป็นเมืองขึ้นก็ตาม แต่ในเมื่อมีการหลอมรวมกันเป็นชาติเดียวแล้ว ก็น่าจะหาวิธีปฏิบัติต่อกันให้ดีหน่อย เพราะความรุนแรงจากรัฐและจากขบวนการเองเป็นเหตุของความไม่สงบในปัจจุบัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมที่ทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากกลับมาจากจังหวัดชายแดนใต้ ปาลิดาก็ได้เริ่มทำกิจกรรมอย่างจริงจัง&lt;br /&gt;“พอกลับมากรุงเทพฯ ก็เริ่มเข้าไปทำกิจกรรมกับพี่ที่มหาวิทยาลัยที่เราสนิทเพิ่มมากขึ้น รู้จักคนเพิ่มมากขึ้น เลยไปเข้ากลุ่มทำกิจกรรมกับกลุ่มประกายไฟ กลุ่มที่ใช้แนวคิดแบบมาร์กวิเคราะห์สังคม ก็มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายในกลุ่มนั้น เช่น การจัดเสวนา การจัดกลุ่มศึกษากันเองภายในกลุ่มเพื่อเพิ่มพูนความรู้ แรกๆ ที่อ่านงานมาร์กนี่จะอ้วก เลี่ยน เอียน มากกับแนวคิด คิดว่ามาร์กคงไม่ใช่คำตอบของสังคมทั้งหมด แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสภาพบ้านเมืองและสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไม่ติดขัด เช่น การเรียกร้องให้มีรัฐสวัสดิการในประเทศไทย การเรียกร้องสิทธิที่แรงงาน สิทธิของคนรากหญ้าทั่วไปควรจะได้รับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันก็เกิดคำถามในใจอีกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ในประกายไฟคือคำตอบสุดท้ายหรือ คำตอบคือ ‘ไม่’ แต่แนวทางในการทำงานส่วนหนึ่งของกลุ่มมันตรงกับทัศนคติของเราที่มีต่อโลก เช่น ไม่ชอบการเอารัดอาเปรียบ ไม่ชอบการกดขี่ แต่การอยู่กลุ่มประกายไฟนี่เพื่อการเรียนรู้งาน การเรียนรู้การทำงานร่วมกันกับสังคมที่นอกเหนือกว่าโรงเรียน มีความคิดที่โตขึ้นจากเด็กที่กะโหลกกะลาไปวัน รับรู้ปัญหาของสังคมมากขึ้น ตอบปัญหาที่เคยตั้งไว้กับโลกว่าทำไมสิ่งนั้นถึงเป็นอย่างนี้ สิ่งนี้ถึงเป็นอย่างนั้นได้บ้าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้มาทำงานกับอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่ม Food Not Bombs กลุ่มนี้มีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกาแล้วกระจายไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก เป็นกลุ่มที่ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต่อมนุษย์ ต่อสัตว์ ต่อสังคม อันที่จริงกลุ่มนี้พี่เขาเพิ่งนำเข้ามาในไทยเมื่อหนึ่งถึงสองปีก่อน ทำกิจกรรมรณรงค์อยู่พักหนึ่ง ก็หายหน้าหายตาไปทำงานอื่น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอเราเข้ามาเขาก็ทำการ re-branding ใหม่ เริ่มต้นใหม่หมด เรียกประชุมคิดประเด็นรณรงค์ใหม่ แนวทางการทำกิจกรรมใหม่ ให้มันน่าสนใจ น่าดึงดูดพอที่จะดึงคนรุ่นใหม่มาสนใจประเด็นทางสังคมมากขึ้น มันเป็นงานที่ยากมาก ที่จะทำยังไงให้มองดูแล้วกิจกรรมที่ปล่อยออกมาดูไม่เครียด แต่ชื่อกลุ่มเราก็ดูแปลกแหวกแนวอยู่แล้ว ประเด็นที่เราจะเล่นคือการใช้งบทหารที่ฟุ่มเฟือย เพราะแทนที่จะเอาเงินไปอุดหนุนงบทหารซะมากมาย เงินเหล่านั้นสามารถนำไปพัฒนาสวัสดิการเพื่อประชาชนที่ยากจนได้อีกมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วเรายังมองว่าความอดอยากหิวโหยเป็นความรุนแรงอีกแบบหนึ่งด้วย เพราะมันสามารถส่งผลเป็นลูกโซ่ได้อีกหลายๆ เหตุการณ์ อย่างการลักทรัพย์ การทำร้ายร่างกาย ฯลฯ เรามีการจัดกิจกรรมขึ้นมาหลายๆ กิจกรรม เช่น การแจกอาหารมังสวิรัติต่อคนที่อดอยาก การพาสมาชิกไปสัมผัสวิถีชีวิตของแรงงานที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเขามีความเป็นอยู่ยังไง ผลตอบรับที่ได้จากเยาวชนยังได้รับความสนใจที่ยังน้อยอยู่ หากถามว่าแนวทางของกลุ่มนี้ถูกใจไหม ก็คงต้องตอบว่าไม่ แต่ก็ยังอยากทำต่อไป เพราะสังคมไทยยังขาดการเรียกร้องต่อเรื่องนี้อยู่ และยังคงต้องหาแนวทางของตัวเองต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปาลิดาแสดงความเห็นต่อการวิจารณ์ว่าการทำงานของ Food not Bombs ว่าเป็นแนวสังคมสงเคราะห์มากเกินไป เธอคิดเห็นว่าการแจกอาหารไม่ใช่เป้าหมายหลักของกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การแจกอาหารไม่ใช่เป้าหมายหลัก มันคือกิจกรรมหลัก แต่การสร้างกิจกรรม การทำงานร่วมกัน สร้างสังคมที่เกื้อกูลกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกันต่างหาก เป็นสิ่งที่เราจะทำต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งปาลิดามองว่ากิจกรรมของ Food not Bombs เหมาะสำหรับคนที่อยากทำกิจกรรมทางสังคม คนรุ่นใหม่ก็สามารถเริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้เพื่อแสวงหาต่อยอดในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ที่เข้มข้นกว่าในอนาคตได้&lt;br /&gt;แต่การทำกิจกรรมของ Food not Bombs ก็ยังพบอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องของทรัพยากรในการดำเนินกิจกรรม&lt;br /&gt;“เรายังขาดทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น คน เงิน และเวลา ในการดำเนินงาน ใช่ว่าทรัพยากรคนที่มีอยู่ของเราไม่มีคุณภาพ แต่สมาชิกของเราเกือบทั้งหมดเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เลยไม่มีใครทำงานให้องค์กรเต็มเวลา การดำเนินกิจกรรมเลยไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีกิจกรรมออกมาตลอด เราไม่มีการเก็บค่าสมาชิกก็เลยต้องเขียนโครงการไปพึ่งแหล่งทุนอื่น”&lt;br /&gt;อย่ามองเด็กเหมารวม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถามว่าคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเด็กมัธยม โดนวิจารณ์เรื่องไม่สนใจปัญหาสังคม ปาลิดาให้ความเห็นว่าในบางครั้งมองเด็กเพียงด้านเดียว และบ่อยครั้งยังแถมประเด็นการ ‘เหมารวม’ พร้อมกับย้อนถามว่า ต้นเหตุแท้จริงมันมาจากความคาดหวังของผู้ใหญ่ ที่มักวางกรอบให้เด็กไม่สนใจปัญหาสังคมตั้งแต่ต้นมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อันที่จริงพวกผู้ใหญ่จะไปพูดว่าเด็กไม่สนใจปัญหาสังคมไปทั้งหมดก็ไม่ถูกนะ เด็กมัธยมรุ่นนี้ก็สนใจปัญหาสังคมเหมือนกัน กรุณาอย่าพูดแบบ ‘เหมารวม’ ซึ่งพวกเด็กๆ ก็มักคิดว่าสนใจปัญหาสังคมแล้วกูทำอะไรได้วะ แล้วสังคมตอนนี้ส่วนใหญ่ก็บริโภคนิยมฉาบฉวยกันมั้ง ทุกวันนี้การแข่งขันในระบบการศึกษามันสูงมาก ใครดีใครได้และก็ต้องมาเครียดกับการอ่านหนังสือเรียน เครียดกับเรื่องการเตรียมสอบ อนาคตของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วพวกผู้ใหญ่นี่แหละชอบปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าหน้าที่ของเด็กคือตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนหนังสือเข้าไป ยังไม่ต้องไปสนใจเรื่องอื่นเพราะไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไกลตัว ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาทำไปเถอะ ตัวแค่นี้จะไปทำอะไรได้ แบบนี้จะไปโทษเด็กได้ยังไงมันอยู่ที่การปลูกฝังและความสนใจเฉพาะตัวเด็ก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วสภาพแวดล้อมในขณะนี้ หากนำไปเทียบกับยุคที่นักเรียนนักศึกษาตื่นตัวมากๆ อย่างช่วง สิบสี่ตุลา หกตุลา ก็จะเห็นว่าสภาพแวดล้อมมันต่างกัน อุดมการณ์ที่จะทำเพื่อสังคมมีสูงมาก มีเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่กระตุ้นให้พวกเขาเหล่านั้นรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมทางสังคม อย่างการออกค่ายไปสัมผัสชีวิตชาวนา การตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อพูดคุยกันถึงความเป็นไปของบ้านเมือง หรืออะไรเทือกนั้น แต่ในปัจจุบันพวกถึงแม้ว่าเด็กจะรับรู้ถึงปัญหาสังคม แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกร่วมต่อปัญหานั้น ไม่ได้มีการนำปัญหานั้นมาต่อยอด มาจับกลุ่มคุยกันว่าว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างต่อปัญหานั้นๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ น่ารำคาญ และแลดูไกลตัวเกินไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนๆ ในวัยเดียวกันจะสนใจแต่เรื่องของการจะทำยังให้ได้คะแนนดีๆ การที่จะทำยังไงให้ตัวเองสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แน่นอนเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กทุกคนเพราะสมัยนี้จบปริญญาตรี ยังหางานทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับแค่ ม.6 ดังนั้นการเข้ามหาวิทยาลัยจึงเป็นจุดมุ่งหมายเดียวและเป็นเป้าหมายร่วมของเด็กวัยนี้ ฉะนั้นการทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่จึงทำไปในทิศทางเดียวกัน อย่างการไปเรียนโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง การเอาเวลาส่วนใหญ่ไปอ่านหนังสือ มากกว่าจะอาเวลามาสนใจปัญหาสังคม ซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เวลาจะหาแนวร่วมทำกิจกรรมของ Food not Bombs หรือกิจกรรมอื่นๆ นี่ยากมาก”&lt;br /&gt;การเมือง “เหลือง - แดง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเด็นการเมืองไทยปัจจุบัน เมื่อถามปาลิดาว่าคิดอย่างไร กับการเมือง “เสื้อเหลือง เสื้อแดง” รวมถึงบรรยากาศการพูดคุยของเด็ก ม.6 เกี่ยวกับเรื่องการเมืองปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผลประโยชน์มันล่อตาล่อใจอำนาจมันล่อไม้ล่อมือเลยมีมหกรรมแย่งชิงพื้นที่ทางการเมืองเป็นการใหญ่แต่ไหนแต่ไร ไม่ต้องจัดมหกรรมประจำปี เพราะมันเกิดทุกวัน เมื่อถามว่าประชาชนได้อะไรที่ควรได้บ้างไหม ก็ได้อะไรที่มันไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีรุ้ง มันก็ได้แต่คนในเมืองทั้งนั้น แล้วคนที่อยู่รอบนอกล่ะ เขาไม่ได้อยู่ในประเทศไทยหรือไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เลยเกิดคำถามว่าบ้านเมืองเราคงมีปัญหาเรื่องชาติพันธุ์น้อยเกินไปหรือเปล่า เลยต้องสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความแตกต่าง เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อขาว เสื้อชมพู เสื้อสีรุ้ง บลา บลา บลา ผุดขึ้นมาเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แน่ล่ะ สถาณการณ์ทางการเมืองมันส่งผลให้ต้องแสดงออกถึงเจตนารมณ์และอุดมการณ์ แต่คุณต้องไม่ลืมว่าการแสดงออกที่ชัดเจนอย่างเสื้อเหลือง เสื้อแดงนั้น มันเป็นการแบ่งขั้วมากเกินไปหรือเปล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างสมมุติว่าคนที่มีความคิดไม่สนับสนุนทักษิณ แต่อยากได้ประชาธิปไตยไม่เทียมจะจัดเขาอยู่ตรงโซนไหนของเสื้อแดง แดงเข้ม แดงปานกลาง แดงอ่อนหรือแดงอ่อนๆ จะนิยามคำว่าเสื้อแดงยังไง หรือถ้าสมมติว่าคนที่ไม่ต้องการทุนนิยมสุดขั้ว ไม่ต้องการนักกินเมืองขี้ฉ้อ แต่ยังอยากได้นายกฯแบบที่มาจากประชาธิปไตยล่ะ จะแบ่งยังไง เหลืองเข้ม เหลืองปานกลาง เหลืองอ่อน หรือเหลืองอ่อนๆ นี่คือปัญหา การเมืองไทยเป็นอะไรที่เข้าใจยากมาก หากจะให้นิยามตัวเองด้วยสี คงจะเป็นสีส้ม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อถามถึงบรรยากาศในชั้นเรียนของปาลิดา เกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องการเมือง ว่าเชียร์เสื้อเหลือง เชียร์เสื้อแดง เชียร์อภิสิทธิ์ เชียร์ทักษิณ บ้างไหม ปาลิดาให้คำตอบสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุยกันบ้าง ก็เชียร์แบบตามกระแสเสื้อเหลืองฟีเวอร์เลย พี่มาร์คสุดหล่อ การศึกษาดี ชาติตระกูลดี แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมทักษิณถึงเลวเสื้อแดงถึงถ่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;… เหล่านี้คือคำตอบของเด็ก ม.6 โรงเรียนอัมพรไพศาล ที่กำลังผิดหวังกับผลการสอบกลางภาคนิดหน่อย แต่อีกด้านหนึ่งเธอกำลังมุ่งมั่นทำกิจกรรมนอกห้องเรียนเพื่อเผาผลาญชีวิตวัยเยาว์ของตัวเองอย่างขมักเขม้น&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25593"&gt;http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25593&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-594502839357058481?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/594502839357058481/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=594502839357058481' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/594502839357058481'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/594502839357058481'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/blog-post_7259.html' title='สัมภาษณ์: ปาลิดา ประการะโพธิ์ “โปรดอย่าพูดแบบเหมารวม เด็กมัธยมก็สนใจปัญหาสังคม”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SpWBDp8TCKI/AAAAAAAACm4/2s9mPDn3Yrc/s72-c/palida.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-2161540458732353436</id><published>2009-08-26T11:31:00.000-07:00</published><updated>2009-08-26T11:34:04.820-07:00</updated><title type='text'>ปาฐกถา สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ: “บทเรียนและการต่อสู้ของสหภาพแรงงานกับรัฐและทุนข้ามชาติ”</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SpV_6AgAJKI/AAAAAAAACmw/AK4l_3Bet1Y/s1600-h/1_0.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5374342364879922338" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SpV_6AgAJKI/AAAAAAAACmw/AK4l_3Bet1Y/s320/1_0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;แล ดิลกวิทยรัตน์ นักวิชาการด้านแรงงาน เป็นตัวแทนมอบเหรียญแด่ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ บุญรอด สายวงศ์ เลขาธิการสหภาพฯ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มอบเหรียญเจริญ วัดอักษร ประจำปี 2552 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มอบให้กับนักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง ในการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย โดยผ่านกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปกป้องทรัพยากร หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนในทุกรูปแบบ ให้แก่ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในงานดังกล่าว นางสาวจิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ในฐานะตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ กล่าวปาฐกถา เรื่อง “บทเรียนและการต่อสู้ของสหภาพแรงงานกับรัฐและทุนข้ามชาติ” ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;00000&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จิตรา คชเดช&lt;br /&gt;ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความเข้มแข็งของเรา ไม่มีอำนาจใด ที่จะล้มล้างไปได้และผมคิดว่า…ชุมชนของเราต้องดีขึ้นเมื่อพี่น้องประชาชนรวมตัวกัน พลังของเรายิ่งใหญ่…หลาย ๆ เรื่องที่จะเข้ามาในชุมชน แม้แต่นายทุนข้ามชาติก็แล้วแต่…เราสู้ได้ ถ้าพี่น้อง ประชาชน ยังรวมตัวกัน” นี่เป็นคำกล่าวของเจริญ วัดอักษร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2523 ได้ผ่านการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อบริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มาอย่างต่อเนื่อง เรื่องค่าจ้างและสวัสดิการเรื่องสิทธิเสรีภาพของคนงานเช่นการลางานเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในปี 2524 มีการยื่นข้อเรียกร้องให้นายจ้างเยอรมันหยุดกิริยาเหยียดหยามคนไทย ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการยื่นข้อเรียกร้องของคนงานและสหภาพแรงงานฯ ต่อบริษัทฯ ทั้งหมด ทุกอย่างไม่ได้มาจากนายจ้างใจดี และให้มาเฉยๆ โดยที่ไม่มีสาเหตุ บริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้จดทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2512 ได้เช่าอาคารสิวะดล แถวถนนคอนแวนต์ สีลม โดยมีคนงานไม่กี่ 100 คน และเริ่มขยายกิจการมีผู้ถือหุ้นที่น่าสนใจ คือนายเดวิด ไลแมน เจ้าของบริษัทติลลิกีแอนด์กิบบินส์ บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายเก่าแก่ที่สุดในมืองไทย 100 กว่าปีและนางเลียวนี่ เดซี่ เวชชาชีวะ มีชาวเยอรมันเป็นหุ้นส่วนใหญ่จดทะเบียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุปันบริษัทตั้งอยู่ที่ที่ 393 หมู่ 17 นิคมอุตสาหกรรมเมืองใหม่บางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ. สมุทรปราการ มีคนงานประมาณ 4,200 คน และทำการผลิตชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ยี่ห้อ ไทรอัมพ์ วาเลเซีย สล๊อคกี้ AMO, HOM และได้รับจ้างผลิตชุดชั้นในชื่อดังหลายยี่ห้อเช่นมาร์คแอนสเปนเซอร์ บริษัทได้เริ่มขยายสาขาไปที่จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อบริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด. ที่อยู่ : 194/2 หมู่ 5 พหลโยธิน ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จ. นครสวรรค์ 60240 และเมื่อปี 2551 บริษัทบอดี้แฟชั่นฯ นครสวรรค์ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นเงิน 75.5 ล้านบาท ได้ขยายโรงงานรองรับการผลิตบรรจุพนักงานได้ 2,000 กว่าคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ เป็นสหภาพแรงงานฯ ที่ทำงานกับสมาชิกและคนงานมาโดยตลอดเราเป็นสหภาพแรงงานฯ ที่ใช้ระบบการเก็บเงินค่าบำรุง สื่อข่าวสาร รับเรื่องราวร้องทุกข์ รับคำเสนอแนะ ผ่านระบบตัวแทนไลน์ตัวแทนแผนก และเป็นสหภาพแรงงานที่ประธานสหภาพมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากที่ประชุมใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวแทนไลน์ตัวแทนแผนกมาจากไหน? ก็คือได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกในไลน์การผลิตนั้นๆ โดยใช้โครงสร้างของบริษัทให้เกิดประโยชน์คือตัวแทนไลน์เทียบเท่าหัวหน้างาน แต่มาจากการเลือกตั้งของคนในไลน์นั้น หนึ่งไลน์การผลิต เท่ากับประมาณห้าสิบคน ตัวแทนไลน์จะนำเรื่องต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมตัวแทนไลน์ซึ่งจัดให้มีเดือนละหนึ่งครั้งและกรณีเร่งด่วนนำสู่กรรมการสหภาพแรงงานฯ กรรมการจะนำเรื่องเข้ามาแก้ปัญหาโดยเร็ว เมื่อมีคนงานใหม่ตัวแทนไลน์จะแนะนำให้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน สหภาพแรงงานฯ จึงมีสมาชิกในฝ่ายผลิตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่าเป็นสหภาพแรงงานที่เป็นประชาธิปไตย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจัดกิจกรรมสมาชิก สหภาพแรงงานจัดให้มีกลุ่มศึกษาในเวลาพักกลางวันใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีเราจะคุยกันทุกเรื่องเรื่องปัญหาในบ้าน ในโรงงาน ในบ้านเมือง และจัดให้การศึกษาหลังเวลาเลิกงานในเเรื่องต้นทุนการผลิต กำไร จำนวนงานที่ทำกับสิ่งที่เราได้ตอบแทน และจัดให้กับเพื่อนคนงานในโรงงานทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานฯ ได้ป็นสหภาพที่ร่วมก่อตั้งและเป็นสมาชิกสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ ได้เข้าร่วมเรียกร้องประกันสังคม เรียกร้องประกันการว่างงาน เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญเช่นเหตุการณ์พฤษภาปี 35 เข้าร่วมต่อต้านรัฐประหาร ปี 49 เราเรียกร้องสิทธิทำแท้งเข้าถึงสุขอนามัยและถูกกฎหมายรวมถึงเรียกร้องรัฐสวัสดิการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี 2535 สหภาพแรงงานฯ ได้พาคนงานผละงานทั้งหมดเรียกร้องให้นายจ้างเข้ามาดูแลคนงานเรื่องสวัสดิการรถรับส่ง ได้หยุดงาน 18 วัน จนเป็นเหตุให้รัฐมนตรีใช้มาตรา 35 ให้คนงานกลับเข้าทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปี 2542 สหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อบริษัทฯ ไม่สามารถตกลงกันได้จนถึงขั้นนายจ้างปิดงาน คนงานชุมนุมอยู่หน้าโรงงาน 22 วันและได้มีข้อตกลงสภาพการจ้างออกมาเรื่องการเลิกจ้างให้นายจ้างต้องร่วมกับสหภาพแรงงานฯ ให้เกิดความเป็นธรรมและเสมอภาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบริษัทบอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีระบบการจ้างงานที่ให้คนงานมีแรงจูงใจในการทำงานสำหรับพนักงานเย็บ คือเย็บงาน 40 ชิ้นบริษัทจะจ่ายเป็นคูปอง ในคูปองจะกำหนดนาทีแล้วแต่ความยากง่าย เมื่อได้นาทีแล้วจะต้องนำไปส่งตอนเย็นเลิกงาน และบริษัทจะนำคูปองมาคิดเป็นเงิน (ราคาต่อนาที มาจากการยื่นข้อเรียกร้อง ตัวอย่างเช่น วันนี้ทำงานได้ 500 นาทีX ราคาคูปอง 1.300บาท=650 บาท เท่ากับคนงานจะได้ค่าจ้าง 650 บาท ถ้าทำไม่ได้จะได้ค่าจ้างมาตรฐาน 333 บาท) ฉะนั้นคนงานยิ่งทำงานมากยิ่งได้เงินมากพวกเราเลยได้เห็นการทำงานที่ไม่กินน้ำ ไม่เข้าห้องน้ำ เข้างานก่อนเวลา และป่วยเป็นโรคไต ปวดหลังกันมากที่สุด เมื่อต้นปี 2547 บริษัทฯ ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงขบวนการผลิต และจะใช้ที่ประเทศไทยเป็นที่แรกนำร่องและเริ่มใช้กับส่วนที่ผลิตชุดว่ายน้ำเท่านั้น ถ้าที่ไทยประสพความสำเร็จจะนำไปปฎิบัติที่อื่นต่อไป คือลดนาทีคูปองเคยเย็บได้ 40 ชิ้น ได้ 10 นาที มาเปลี่ยนเป็น 5 นาที สหภาพแรงงานฯ ได้ออกมาคัดค้านจนเป็นเหตุให้บริษัทฯ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จนถึงปัจจุปัน (พวกเราเชื่อว่าเป็นระบบการจ้างงานที่ขูดรีดแรงงานของเรามากที่สุดในโลก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกันเมื่อ ปี 2549 สหภาพแรงงานได้ตั้งคณะกรรมการสหภาพแรงงานชุดใหม่มี จิตรา คชเดช เป็นประธานสหภาพแรงงานฯ และเป็นพนักงานเย็บชุดว่ายน้ำและกรรมการสหภาพแรงงานทั้งหมดส่วนใหญ่เกินครึ่งมาจากส่วนผลิตชุดว่ายน้ำและในปีนี้เองเป็นปีแรกที่ประธานสหภาพมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากที่ประชุมใหญ่ ตั้งแต่กรรมการชุดใหม่ถูกเลือกตั้งมา เมื่อมีการเลิกจ้างคนงานไม่เป็นธรรม การจัดรถรับส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน การจัดผ้ายูนิฟอร์มที่คุณภาพต่ำให้กับคนงาน การจัดงานวันครอบครัว การจัดงานไปเที่ยวต่างจังหวัดที่เป็นไปแบบไม่โปร่งใส รวมถึงการออกคำสั่งใบเตือนเร่งเป้าการผลิตสำหรับคนท้องคนงานอายุมาก และความปลอดภัยในโรงงาน คนงานในส่วนชุดว่ายน้ำจะเริ่มหยุดทำงานล่วงเวลาและนำไปสู่การหยุดทำงานล่วงเวลาของคนงานทั้งโรงงาน และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทุกเรื่องอย่างเข้มงวดและสหภาพแรงงานได้ส่งกรรมการสหภาพเข้าไปดูแลทุกเรื่องอย่างใกล้ชิด มีอยู่ครั้งหนึ่งในบริษัทฯ มีพนักงานเอาเหล้ามาดื่มในเวลาทำงานในวันหยุดทั้งหมดประมาณ 20 คน รวมถึงหัวหน้างานด้วย บริษัทฯ เลิกจ้างคนงานกินเหล้าในโรงงาน 5 คน สั่งพักงาน 1 คน ที่เหลือไม่มีการลงโทษใดๆ ครั้งนั้นสหภาพแรงงานเรียกร้องให้บริษัทฯ ไม่เลือกปฏิบัติและมีคนงานหยุดการทำงานล่วงเวลา จนเป็นเหตุให้บริษัทฯ รับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างกลับเข้าทำงานตามปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเดือนสิงหาคม 2549 พนักงานฝ่ายขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้พร้อมใจกันผละงาน เพื่อเรียกร้องให้บริษัทเอาผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายขายออกไปและให้ผู้บริหารชาวสิงคโปรค์ออกมาขอโทษคนงานกรณีที่เอาเท้าเต๊ะงานให้พนักงานขายคนไทยและให้คืนค่าคอมมิชชั่นจากการขายให้เท่าเดิม ในขณะนั้นสหภาพแรงงานได้เข้าไปร่วมเจรจาจนสามารถตกลงกันได้และในครั้งนั้นพนักงานทั้งหมดฝ่ายขายทั่วประเทศได้มาเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี 2550 ในขณะที่ประเทศไทยกำลังจัดให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ในขณะที่คนงานไทรอัมพ์กำลังจะยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเพื่อปากท้องของตัวเอง พวกเราไม่สามารถจัดให้มีการประชุมสมาชิกได้ พวกเรามีทหารมาแจ้งว่าไม่ให้จัดการประชุม และเราก็มีทหารมาตั้งเต๊นที่หน้าโรงงานเพื่อตรวจบัตรคนงานที่ทำโอทีและถามว่าพวกเราจะไปใหนกัน ในขณะที่ประธานสหภาพแรงงานโดนนายจ้างเรียกไปขอความร่วมมือห้ามหยุดงานเพราะ กอ.รมน.จังหวัดได้ขอร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2551 ประธานสหภาพแรงงานฯ จิตรา คชเดช ได้รับเชิญให้ไปออกรายการโทรทัศน์ ช่อง NBT เรื่องทำท้องทำแท้ง เวลา 5 ทุ่ม ในขณะที่ประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองบริษัทฯ ได้ฉวยโอกาส วันที่ 28 เมษายน เริ่มมีใบปลิวเป็นกระดาษที่ใช้แล้วของบริษัทฯ ออกมาโจมตีประธานสหภาพฯ มีผู้จัดการบางคนทำใบปลิวด่าประธานสหภาพฯ โดยใช้กระดาษอุปกรณ์ทุกอย่างของบริษัททั้งหมด และในใบปลิวมีข้อความให้ทำร้ายและถ่ายเอกสารคอมเม้นท้ายข่าวเว็บไซต์ผู้จัดการมาแจกคนงานวันที่ 30 เมษายน บริษัทฯ เรียกจิตรา ให้ไปชี้แจง เรื่องดังกล่าวและบอกว่าบริษัทไม่ได้มีปัญหาอะใร หลังการชี้แจงอนุญาติให้ใช้เครื่องเสียงและพื้นที่โรงอาหารของบริษัทฯ ในการชี้แจงต่อเพื่อนพนักงานแต่สมาชิกสหภาพแรงงานเข้าใจทันทีว่าเป็นการทำลายสหภาพแรงงานไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของประธาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 9 มิถุนายน 2551 สหภาพแรงงานฯ ยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง บริษัทฯ ได้นัดการเจรจาข้อเรียกร้อง ตัวแทนของบริษัทโดยนายมาคูส คาร์บิส (Markus Kabisch) กล่าวว่า “ไทรอัมพ์เป็นบริษัทที่มีบริษัทเป็นของตัวเอง ยังเป็นบริษัทท้ายๆ ที่คงโรงงานไว้ ตามตารางเห็นว่าไทรอัมพ์มีต้นทุนสูง เจ้าของกิจการอาจมีมุมมองในเรื่องการจ้างซับคอนแทคแทน” การเจรจาไม่สามารถตกลงกันได้ จนนำไปสู่การพิพาทแรงงาน การเจรจาวันที่ 30 มิถุนายน 2551 สหภาพแรงงานฯ ได้แจ้งบริษัทว่าจะขอมตินัดหยุดงานในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 วันที่ 2 กรกฎาคม 2551 บริษัทฯ และสหภาพแรงงานบรรลุข้อตกลงเป็นข้อตกลงที่สหภาพแรงงานฯ ไม่คิดว่าจะได้ฟังแบบไม่เชื่อว่าบริษัทจะให้ แต่เป็นที่พอใจของคนงานเป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 29 กรกฎาคม 2552 เป็นวันที่บริษัทฯ เรียก จิตรา ประธานสหภาพแรงงาน ไปที่อาคารวานิชแล้วแจ้งว่าบริษัทได้เลิกจ้างตามคำสั่งศาล เมื่อคนงานทราบข่าว วันที่ 30 กรกฎาคม 2551 สมาชิกสหภาพแรงงานและคนงานเกือบทั้งหมดได้ผละงานออกมาประท้วงเรียกร้องให้บริษัทรับประธานสหภาพกลับเข้าทำงาน สมาชิกเชื่อว่าเป็นการทำลายสหภาพแรงงาน วันที่ 12 กันยายน 2551สามารถหาข้อยุติได้ เป็นเวลา 45 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานเข้าใจว่าที่สุดพวกเราไม่สามารถทนต่อสภาพที่ไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน เงินให้ลูกไปโรงเรียนและเงินที่ต้องส่งให้พ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดได้ จึงปรึกษากันว่าทุกคนจะกลับเข้าทำงานและจะเก็บเงินเป็นค่าจ้างให้จิตรา อยู่กับสหภาพแรงงาน โดยเป็นเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาและจิตราไปสู้ในชั้นศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ศาลใช้เวลาไต่สวนสี่วันและหลังจากนั้น หนึ่งอาทิตย์ศาลตัดสินว่าการใส่เสื้อที่มีข้อความไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญากรรม ไปออกทีวีนั้นเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายให้นายจ้างเลิกจ้างได้เพราะลูกจ้างไม่มีจิตวิญญาณประชาชาติไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่บริษัทฯ มี Code of Conduct หลักปฎิบัติของไทรอัมพ์ได้พูดสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงออก ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ได้รับมาตรฐานแรงงานไทย แต่รัฐบาล กระทรวงแรงงานไม่สามารถดำเนินการอะใรกับบริษัทฯ ได้อ้างอย่างเดียวว่าอยู่ในชั้นศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 29 มิถุนายน 2552 บริษัทได้ประกาศเลิกจ้างคนงานทั้งหมด 1,959 คน คนงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตชุดว่ายน้ำทั้งหมดถูกเลิกจ้างเหลือไว้แต่พนักงานเย็บตัวอย่างชุดว่ายน้ำ ทำแพทเทิร์น ทำนาทีคูปอง และเหลือหัวหน้างานไว้ เพียง 8 คน คนงานในการผลิตชุดชั้นใน ถูกเลือกส่วนใหญ่ คนท้อง คนอายุใกล้เกษียณ คนป่วย คนพิการ และคนที่ลงชื่ออันดับต้นๆ ที่แสดงเจตนารมณกลับเข้าทำงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2551มีกรรมการสหภาพแรงงานถูกเลิกจ้างทั้งหมด 13 คน จากกรรมการสหภาพแรงงาน 18 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลิกจ้างครั้งนี้บริษัทฯ อ้างว่า “ต้องการปรับปรุงโครงสร้างค่าใช้จ่ายระยะยาวของไทรอัมพ์ทุกหน่วยงาน จุดมุ่งหมายเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กรให้มีประสิทธิผล ทำให้เกิดความมั่นใจว่าธุรกิจของเรายังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความมั่นคงและยังขยายต่อได้เมื่อโอกาสมาถึง” พวกเราเชื่อว่าการเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการทำลายสหภาพแรงงาน หาแหล่งค่าจ้างราคาถูก เตรียมใช้ระบบจ้างงานซับคอนแทค ที่นายทุนไม่ต้องรับผิดชอบสวัสดิการ การเรียกร้องจากสหภาพแรงงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดระยะเวลา 29 ปีของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ เป็นเวลาที่ต้องต่อสู้ตลอดนับตั้งแต่วันเริ่มต้นที่พวกพี่ๆ ต้องหลบๆ ซ่อนๆ กว่าจะมีองค์กรได้ ก็ต้องเริ่มต้นปกป้อง เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ปากท้อง ความเป็นอยู่ที่ดีของคนงานต่อนายทุน ต่อรัฐบาล ไม่เคยมีสักครั้งที่ทุกอย่างจะได้มาโดยง่ายดายแต่พวกเรายังได้บ้าง ไม่ได้บ้างถึงจะไม่ถึงเป้าหมายแต่มันเกิดจากการ “รวมตัวกัน” ของคนงานจึงทำให้เรามีอำนาจ พลังที่จะสามารถต่อรองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงานฯ กำลังถูกทำลายโดยนายทุนที่ร่วมมือกับรัฐบาล กลไกทุกอย่างของรัฐที่สร้างขึ้นมา เช่น คุก ศาล ทหาร ตำรวจ กระทรวงแรงงาน มีไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนายทุน เพราะนายทุนต้องการกำไรสูงสุดในขณะที่รัฐบาลก็มีแต่ตัวแทนนายทุน ในขณะที่คนงานคนจนไม่มีตัวแทนของเราในรัฐบาลมีแต่คอยเรียกร้องให้รัฐบาลช่วย เพราะเชื่อว่ารัฐจะเป็นกลางแต่ตลอดระยะเวลาการต่อสู้ของคนงานไทรอัมพ์ไม่เคยมีสักครั้งที่รัฐจะช่วยเหลือและเป็นกลาง มีแต่รัฐจะเข้ามาแทรกแซงเมื่อคนงานอย่างพวกเรากำลังจะได้อะไรจากนายทุนบ้าง เมื่อพวกเราถูกกระทำเราไม่เคยเห็นหน้ารัฐ เช่นทุกวันนี้ที่พวกเราชุมนุมกันที่หน้าโรงงานเพราะถูกเลิกจ้าง ทำไมต้องเลิกจ้างเพราะนายทุนและรัฐกำลังทำลายการรวมตัวของเรา เพราะเขารู้ว่าเราสู้ได้เรานำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเรารวมตัวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลไกสำคัญที่รัฐสร้างขึ้นมาที่คนงานส่วนใหญ่หลงเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตคนงานดีขึ้นคือระบบไตรภาคี ระบบไตรภาคีเป็นระบบที่ทำให้คนงานแบ่งแยก ช่วงชิงและไม่ได้ให้ประโยชน์กับขบวนการแรงงานแต่เป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้นำบางคนที่สุดแล้วคนงานก็ยังถูกควบคุมมากขึ้นจากพวกเรากันเองด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราย้อนถึงคำพูดของคุณเจริญ วัดอักษร “เราสู้ได้ ถ้าพี่น้อง ประชาชน ยังรวมตัวกัน” เช่นเดียวกันคนงานสู้ได้ถ้าเรารวมตัวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การต่อสู้ของคนงาน คนจนไม่มีวันจบสิ้นตราบใดที่นายทุนยังไม่หยุดการแสวงหากำไรสูงสุด ตราบใดที่อำนาจรัฐอยู่ในมือนายทุน และตราบใดที่คนงานคนจนยังขาดการรวมตัวกันและคนงานคนจนยังไม่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25550&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-2161540458732353436?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/2161540458732353436/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=2161540458732353436' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2161540458732353436'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2161540458732353436'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/blog-post_26.html' title='ปาฐกถา สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ: “บทเรียนและการต่อสู้ของสหภาพแรงงานกับรัฐและทุนข้ามชาติ”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SpV_6AgAJKI/AAAAAAAACmw/AK4l_3Bet1Y/s72-c/1_0.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-6271892644667231585</id><published>2009-08-21T21:04:00.001-07:00</published><updated>2009-08-21T21:12:05.981-07:00</updated><title type='text'>คุณคือ...กรรมาชีพ!</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5372634319854912898" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 227px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/So9ucs8GRYI/AAAAAAAACmA/4tq2lL9f2rY/s320/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%5B1%5D...JPG" border="0" /&gt; ฟังคำอธิบายบางส่วนได้ที่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/clip-prakaifire-in-move.html"&gt;Clip ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move) ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ชนชั้นนายทุน หมายถึงชนชั้นนายทุนสมัยใหม่ซึ่งครองปัจจัยการผลิตเป็นเจ้าของเครื่องจักรเครื่องมือในการผลิตของสังคมและใช้แรงงานรับจ้างโดยจ้างลูกจ้าง พนักงาน ชนชั้นกรรมาชีพ หมายถึงชนชั้นกรรมาชีพรับจ้างสมัยใหม่ซึ่งไม่มีปัจจัยการผลิตของตนเอง ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยการขายพลังแรงงานเพื่อยังชีพ ( หมายเหตุโดยเองเกิลส์ในฉบับภาษาอังกฤษปี 1888 อ่านต่อได้ที่ &lt;a href="http://www.marx.org/thai/archive/marx-engels/1848/communist-manifesto/ch01.htm"&gt;แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์&lt;/a&gt;)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-6271892644667231585?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/6271892644667231585/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=6271892644667231585' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6271892644667231585'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6271892644667231585'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='คุณคือ...กรรมาชีพ!'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/So9ucs8GRYI/AAAAAAAACmA/4tq2lL9f2rY/s72-c/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%5B1%5D...JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-54849734417477462</id><published>2009-08-17T02:21:00.000-07:00</published><updated>2009-08-17T02:53:14.267-07:00</updated><title type='text'>บรรยากาศประกายไฟเสวนา ตอน "6+1 เดือน รัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงาน" ทีผ่านมา</title><content type='html'>12.00 – 16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2552&lt;br /&gt;@ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา(ตึกหลัง) สีแยกคออกวัว ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sokjsqv1pJI/AAAAAAAACkI/xcsin-bKfjo/s1600-h/100_4912.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5370863280912180370" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sokjsqv1pJI/AAAAAAAACkI/xcsin-bKfjo/s320/100_4912.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; 13.00 – 16.00 ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ เสวนา “6 + 1 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงงาน” &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;นำเสวนาโดย &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ศรีไพร นนทรี ฝ่ายจัดตั้งกลุ่มสภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;บุญรอด สายวงศ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี" นิสิตปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ จุฬา/กลุ่มประกายไฟ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ดำเนินรายการโดย ตัวแทนจากกลุ่มประกายไฟ (เจ้าตัวขอสงวนชือ อิอิ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านสามารถ Donload File เสียงงานเสวนา ได้ด้านล่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://www.filedropper.com/rec059"&gt;&lt;img height="145" src="http://www.filedropper.com/download_button.png" width="127" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SokjvGs3K0I/AAAAAAAACko/wLd46Y2NleU/s1600-h/100_4919.JPG"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sokjub5s42I/AAAAAAAACkg/3fkQBoeJOEM/s1600-h/100_4916.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5370863311286756194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sokjub5s42I/AAAAAAAACkg/3fkQBoeJOEM/s320/100_4916.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; พี่ๆจากสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SokjtzmORaI/AAAAAAAACkY/kzIX-iBa5c0/s1600-h/100_4915.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5370863300467639714" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 240px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SokjtzmORaI/AAAAAAAACkY/kzIX-iBa5c0/s320/100_4915.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;คุณไม้หนึ่ง ก.กุนที  มาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SokjtE59M_I/AAAAAAAACkQ/bS42FiN4ljc/s1600-h/100_4913.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5370863287933940722" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SokjtE59M_I/AAAAAAAACkQ/bS42FiN4ljc/s320/100_4913.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="center"&gt;ขอบคุณ น้ำ ประกายไฟ ที่เก็บภาพบรรยากาศในวันนั้น&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-54849734417477462?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/54849734417477462/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=54849734417477462' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/54849734417477462'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/54849734417477462'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/61.html' title='บรรยากาศประกายไฟเสวนา ตอน &quot;6+1 เดือน รัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงาน&quot; ทีผ่านมา'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sokjsqv1pJI/AAAAAAAACkI/xcsin-bKfjo/s72-c/100_4912.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-3118257688858692531</id><published>2009-08-15T00:12:00.000-07:00</published><updated>2009-08-15T00:30:24.145-07:00</updated><title type='text'>ประกายไฟเสวนา ตอน “6 + 1 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงงาน”</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SoZjyD440ZI/AAAAAAAACkA/rfG2CW6RI_g/s1600-h/5491_101813303077_670498077_1931414_2332384_n.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5370089317374415250" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 226px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SoZjyD440ZI/AAAAAAAACkA/rfG2CW6RI_g/s320/5491_101813303077_670498077_1931414_2332384_n.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;12.00 – 16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2552&lt;br /&gt;@ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา(ตึกหลัง) สีแยกคออกวัว ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;หลังจากวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งนโยบายหรือมาตราการที่ได้แถลงในวันนั้นมีในส่วนที่สำคัญคือมาตรการเร่งด่วนระยะ 1 ปี โดยในส่วนนี้มีมาตราการเกี่ยวกับผู้ใช้แรงงานโดยตรงเลยคือเรื่องของ การรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยนายอภิสิทธิ์ ได้เสนอให้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการดำเนินมาตรการชะลอการเลิกจ้างและป้องกันการขยายตัว ของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยใช้มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจ้างงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้แถลงข่าวผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายใต้สโลแกนเท่ๆว่าผ่านชื่อหนังสือว่า " 6 เดือน กว่า 100 มาตราการหลายล้านความสุข" แถมด้วยคำขวัญที่ว่า “ความสุขของคนไทย คือเป้าหมายของรัฐบาล” ในขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ นางอัมพร นิติสิริ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 มีสถานประกอบการที่ปิดกิจการจำนวน 314 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 30,023 คน สำหรับเดือนที่มีการเลิกจ้างมากที่สุดถึง 12,700 คน คือ เดือนกุมภาพันธ์ 2552 รวมผู้ถูกเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 - 7 พฤษภาคม 2552 มีสถานประกอบการปิดกิจการไปแล้วจำนวน 1,003 แห่ง ได้ทำการเลิกจ้างคนงานไปแล้วจำนวน 84,876 คน นอกจากนี้ยังมีสถานประกอบการที่มีแนวโน้มเลิกจ้าง 429 แห่ง ลูกจ้าง 184,250 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้แรงงานถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ขณะนี้กลับถูกเลิกจ้างไม่ต่ำว่าแสนคน แถม ณ ขณะนี้ยังมีแรงงานที่ถูกเลิกจากขนาดใหญ่อยู่ อย่างกรณีการเลิกจ้างพนังงานของบริษัทไทรอัมพ์ถึง 1,959 คน ยังมีแรงงานที่ถูกละเมิดสิทธิ ยังมีการทำลายการรวมตัวหรือสหภาพแรงงานอยู่ ทำให้เราผู้ใช้แรงงาน นักศึกษาซึ่งจะเป็นแรงงานในอนาคตและนักกิจกรรมเกิดข้อสงสัยกับ “100 มาตรการหลายล้านความสุข” ที่รัฐบาลโฆษณานั้นเป็นจริงหรือไม่มากน้อยเพียงใด ในขณะที่ผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศยังประสบกับ “108 ปัญหาหลายล้านความทุกข์” อยู่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการประเมินสถานการณ์ปัญหาและนโยบายของรัฐบาลร่วมกันของภาคแรงงาน อันจะนำไปสู่การหาแนวทางร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้ จึงได้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบของการเสวนาภายใต้ชื่อ ประกายไฟเสวนา ตอน “6 +1 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงงาน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;1.เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ปัญหาที่แรงงานประสบอยู่ ณ ขณะนี้&lt;br /&gt;2.เพื่อร่วมกันประเมินนโยบายหรือมาตรการของรัฐบาลเกี่ยวกับแรงงานในรอบ 6 + 1 เดือนที่ผ่านมา&lt;br /&gt;3.เพื่อได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาแรงงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินกิจกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.00 – 13.00 ลงทะเบียน ร่วมพูดคุยกันตามอัธยาศัย&lt;br /&gt;13.00 – 16.00 ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ เสวนา “6 + 1 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงงาน”&lt;br /&gt;นำเสวนาโดย ตัวแทนจากคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)*&lt;br /&gt;ศรีไพร นนทรี คณะกรรมการกลุ่มสภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง&lt;br /&gt;บุญรอด สายวงศ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ*&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย&lt;br /&gt;ตัวแทนจากกลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;* อยู่ในระหว่างการติดต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดต่อประสานงาน&lt;br /&gt;E - mail prakaifire@gmail.com หรือ bus4530219@hotmail.com&lt;br /&gt;089-2583641 , 084-6601664&lt;br /&gt;PRAKAIFIRE Blog&lt;br /&gt;http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/&lt;br /&gt;http://prakaifire.blogspot.com/&lt;br /&gt;http://prakaifiregroup.hi5.com/&lt;br /&gt;http://www.oknation.net/blog/prakaifire&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-3118257688858692531?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/3118257688858692531/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=3118257688858692531' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/3118257688858692531'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/3118257688858692531'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/6-1.html' title='ประกายไฟเสวนา ตอน “6 + 1 เดือนรัฐบาลอภิสิทธิ์กับวิกฤติแรงงาน”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SoZjyD440ZI/AAAAAAAACkA/rfG2CW6RI_g/s72-c/5491_101813303077_670498077_1931414_2332384_n.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-8259142469070677488</id><published>2009-08-11T11:45:00.000-07:00</published><updated>2009-08-11T11:51:50.347-07:00</updated><title type='text'>Clip ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move) ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?</title><content type='html'>13.00 - 17.00 น. @ หน้าโรงงานไทรอัมพ์ สถานที่ชุมนุมของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซอย 7 สมุทรปราการ&lt;br /&gt;วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นำเสวนาโดย&lt;br /&gt;ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์&lt;br /&gt;คุณ ประกีรติ สัตสุด นักศึกษาปริญาเอก Cultural Anthropology,University of Wisconsin Madison&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย เทวฤทธิ์ มณีฉาย กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/lwhRXr2IfsM&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/lwhRXr2IfsM&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/2cVXQ0PiO68&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/2cVXQ0PiO68&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/uQWUWlj8PZU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/uQWUWlj8PZU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/ThE21yhoHUY&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/ThE21yhoHUY&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/eTKOH8QMAFw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/eTKOH8QMAFw&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Q_22a1agtIo&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/Q_22a1agtIo&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/BnACtdMYt1w&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/BnACtdMYt1w&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x5d1719&amp;color2=0xcd311b" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-8259142469070677488?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/8259142469070677488/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=8259142469070677488' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/8259142469070677488'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/8259142469070677488'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/08/clip-prakaifire-in-move.html' title='Clip ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move) ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-2956307835230344889</id><published>2009-07-28T03:36:00.000-07:00</published><updated>2009-07-28T03:44:52.173-07:00</updated><title type='text'>ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move) ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sm7WdkRw6VI/AAAAAAAACiA/yXC3lXer8RE/s1600-h/prakaifire+in+the+move2.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5363460009687574866" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 226px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sm7WdkRw6VI/AAAAAAAACiA/yXC3lXer8RE/s320/prakaifire+in+the+move2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 นี้&lt;br /&gt;ประกายไฟจะประทุเมื่อ เกิดคำถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แรงงานวิกฤติ อภิสิทธิ์อยู่ไหน?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ชนชั้นคืออะไร?สหภาพแรงงานคืออะไร? ทำไมต้องทำลาย? &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ลงจริง เจ็บจริง สถานที่จริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน!! ไปกับ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#990000;"&gt;ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move)&lt;br /&gt;ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;13.00 - 17.00 น. @ หน้าโรงงานไทรอัมพ์ สถานที่ชุมนุมของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซอย 7 สมุทรปราการ&lt;br /&gt;วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;12:00 เดินทางจาก BTS อ่อนนุช&lt;br /&gt;13:00 ถึงที่ชุมนุมหน้าโรงงาน ไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;13:30 ประกายไฟเสวนา ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?&lt;br /&gt;นำเสวนาโดย&lt;br /&gt;ดร.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์&lt;br /&gt;คุณ ประกีรติ สัตสุด นักศึกษาปริญาเอก Cultural Anthropology,University of Wisconsin Madison&lt;br /&gt;คุณ ปาลิดา ประการะโพธิ์ กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย เทวฤทธิ์ มณีฉาย กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15.00 การแสดงดนตรีเพื่อการปลดปล่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15.30 ลงกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาปัญหา ในประเด็น สหภาพแรงงาน ชนชั้นกรรมาชีพ และอื่นๆกับพี่น้องสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;17:00 (เผ่น)ออกเดินทางกลับสู่รถไฟฟ้าอ่อนนุช&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 086-0473439 (โบว์ ประกายไฟ)หรือ 089-2583641 (บัส ประกายไฟ)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-2956307835230344889?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/2956307835230344889/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=2956307835230344889' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2956307835230344889'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/2956307835230344889'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/07/prakaifire-in-move.html' title='ประกายไฟเสวนา(ภาค Prakaifire in the Move) ตอน สหภาพแรงงาน...ทำไมต้องชนชั้น?'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sm7WdkRw6VI/AAAAAAAACiA/yXC3lXer8RE/s72-c/prakaifire+in+the+move2.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-1080968088801118980</id><published>2009-07-17T20:43:00.000-07:00</published><updated>2009-07-17T20:49:02.751-07:00</updated><title type='text'>News &amp; Movements of Triumph International (Thailand) Labour Union</title><content type='html'>&lt;object height="344" width="425"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/OsTQwrinRXw&amp;amp;color1=0xb1b1b1&amp;amp;color2=0xcfcfcf&amp;amp;feature=player_embedded&amp;amp;fs=1"&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/OsTQwrinRXw&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกาะติดข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อิเตอร์เนชันแนลแห่งประเทศไทยได้ที่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://triumph-union.blogspot.com/"&gt;http://triumph-union.blogspot.com/&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-1080968088801118980?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/1080968088801118980/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=1080968088801118980' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/1080968088801118980'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/1080968088801118980'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/07/news-movements-of-triumph-international.html' title='News &amp; Movements of Triumph International (Thailand) Labour Union'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-4464459957720050922</id><published>2009-07-17T20:33:00.000-07:00</published><updated>2009-07-17T20:43:41.403-07:00</updated><title type='text'>เลิกจ้างไทรอัมพ์ 1,959 คน “แรงงานไม่ Sensitive... ไม่เข้าใจความเป็นนายจ้างจริงหรือ?”</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SmFE1VWMO6I/AAAAAAAAChE/drV18n9TpME/s1600-h/DSC00092.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5359640714601577378" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SmFE1VWMO6I/AAAAAAAAChE/drV18n9TpME/s320/DSC00092.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทวฤทธิ์ มณีฉาย&lt;br /&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเดิมเมื่อปีที่แล้วที่คนงานบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กว่า 3,000 คน (ซึ่งทำการผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในและชุดว่ายน้ำให้แก่บรรษัทข้ามชาติจากประเทศเยอรมนี ยี่ห้อไทรอัมพ์ (Triumph), วาเลนเซีย (Valinsere), สล็อกกี้ (Sloggi), อาโม (AMO) และออม (HOM) เป็นต้น) ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทยของตนเอง ด้วยการเรียกร้องให้รับประธานสหภาพแรงงานของตนเองกลับเข้าทำงาน เนื่องจากถูกนายจ้างฉวยโอกาสเอากระแสทางการเมืองมาเป็นเหตุในการเลิกจ้าง พร้อมทั้งเรียกร้องให้เอาผู้บริหารที่ไม่มีแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและมีพฤติกรรมที่ต้องการทำลายสหภาพแรงงานออกไป [1] โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำลายสหภาพแรงงาน การเคลื่อนไหวครั้งนั้นเป็นการผละงานออกมาชุมนุมหน้าโรงงานและเคลื่อนไหวถึง 46 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม ถึง 12 กันยายน 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงวันนี้ และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏอีกครั้ง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์การดำรงอยู่ของกระบวนการทำลายสหภาพแรงงานดังกล่าว จากการที่นายจ้างได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานของบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 1,959 คน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2552 ที่ศูนย์ประชุม BITEC บางนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากจดหมายบอกเลิกจ้าง (TH-Int-005a v.3) ที่ส่งให้พนักงานแต่ละคนเปิดลุ้นดูในวันดังกล่าวนั้น ทำให้เห็นเหตุผลของการเลิกจ้างคนงานจำนวนมากครั้งนี้ว่า “ต้องการปรับปรุงโครงสร้างกิจการและลดกำลังการเย็บที่โรงงานบางพลีประมาณ 50 % ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างกิจการทั่วโลก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ตลอดจนความต้องการโดยรวมของผู้บริโภคและคำสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ไทรอัมพ์จะต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจสามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่รุนแรงนี้” นี่เป็นเหตุผลของการเลิกจ้างแรงงานไทรอัมพ์ครั้งใหญ่ทั้งที่บางพลีและฟิลิปปินส์ซึ่งเป็น 2 ประเทศที่มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งในภูมิภาค มีแรงงานราคาถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังการเลิกจ้างดังกล่าวนางอัมพร นิติสิริ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (โปรดฟังอีกครั้งว่า “คุ้มครองแรงงาน”) ก็ออกมากล่าวว่า “นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกจ้างลูกจ้างเพื่อพัฒนาองค์กร หรือรักษาสภาพการจ้างของบริษัทไว้” [2] ขณะที่ในวันต่อมา (30 มิ.ย.52) นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยได้ออกมาพูดถึงการเลิกจ้างแม้จะไม่เกี่ยวกับกรณีไทรอัมพ์โดยตรง แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจคือทางรองประธานกรรมการหอการค้าได้กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ประกอบการไทยว่า “ทางหอการค้าไทยมีความเป็นห่วงปัญหาการปลดคนงานในขณะนี้ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตหากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น การฝึกแรงงานใหม่เป็นเรื่องยากและใช้เวลา ดังนั้นรัฐบาล จึงต้องให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการปลดคนงานหรือหากจำเป็น ก็ควรจะปลดให้น้อยที่สุด โดยขณะนี้คำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเริ่มกลับมามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง” [3]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้คำกล่าวของทั้ง 2 ท่านจะมองแรงงานเป็นแค่เพียงกำลังแรงงานในองค์กรหรือระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมองข้ามความเป็นมนุษย์เหมือนกันก็ตาม แต่คำกล่าวของฝ่ายหลังดูจะมีท่าทีห่วงใยลูกจ้างหรือ “คุ้มครองแรงงาน” และเล็งเห็นถึงปัญหาภาพรวมของสังคมมากกว่าฝ่ายแรกที่มีจุดยืน “คุ้มครองนายจ้างมากกว่า” และมองเฉพาะจุดของปัญหาซึ่งไม่น่าจะเป็นความเห็นของกรมที่มีหน้าที่ดูแลแรงงานในภาพรวมของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นกรณีการเลิกจ้างนี้จึงมีจุดสังเกตที่น่าสนใจ คือ แสดงถึงความไม่มั่นคงในชีวิตของชนชั้นแรงงาน ซึ่งทำให้แรงงานต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสหภาพแรงงานและความมั่นคงในชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับคำกล่าวที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ ที่ว่า เกิดจากความไม่เข้าใจกัน อาจจะเรียกในทำนองว่าแรงงานไม่ Sensitive... ไม่เข้าใจความเดือดร้อนของนายจ้าง (อย่างเพลงดาวมหาลัย) ดังนั้นผู้เขียนจึงขอยกกรณีศึกษาไทรอัมพ์เพื่อแสดงถึงความไม่มั่นคงในชีวิตของแรงงาน แม้คุณจะอยู่ในบริษัทที่คิดว่ามั่นคง เพื่อพิสูจน์ว่านายจ้างหรือนายทุนมองวิกฤติเป็นโอกาสเสมอ ภายใต้สโลแกน “ต้นทุนต่ำสุด กำไรสูงสุด” ดังนั้น &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ไม่มีสัจจะภายใต้ สโลแกน “ต้นทุนต่ำสุด กำไรสูงสุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วที่ไทรอัมพ์จัดงาน “Triumph Swimwear 2009 Collection “Rhythm of The City” [4] โดยมี เก๋ ชลลดา – ทาทา ยัง ประชันความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำครั้งแรก และในงานดังกล่าวมีการเปิดประมูลชุดว่ายน้ำประดับคริสตัลสุดหรู ยอดพุ่งถึง 100,000 บาท โดย จักร เฉลิมชัย ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า ไทรอัมพ์เป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำอันดับหนึ่งของไทย..” และในงานดังกล่าวยังเป็นการเปิดตัวคอลเลคชั่นชุดว่ายน้ำจำนวนมาก ในขณะที่การเลิกจ้าง 1,959 คนในครั้งนี้ ส่วนที่ถูกเลิกจ้าง 100 % เป็นส่วนที่ผลิตชุดว่ายน้ำและในส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่มีสมาชิกสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งที่สุด [5] ตามที่ทางสหภาพยืนยัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางบริษัทยังยืนยันอีกครั้งโดย จักร เฉลิมชัย กล่าวว่า “บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ เพราะบริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง และคาดว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะ มีระยะเพียง 1-2 ปี ในขณะที่ การลงทุนของบริษัทเป็นการลงทุนระยะยาว 3-5 ปี ดังนั้น ในปีนี้วางแผนขยายสาขาทั้งหมด 25 สาขา ใช้เงินลงทุนประมาณ 45 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าเมื่อปัญหาภายในเรื่องการหยุดงานของพนักงานจบลงแล้ว จะทำให้ยอดขายของบริษัทปีนี้จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10% จากปกติที่บริษัทจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8-12% นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ทุกๆ 3 เดือน ร่วมกับการจัดโปรโมชันลดราคา การจัดอีเวนต์ การจัดแฟชั่นโชว์ขนาดเล็ก ณ จุดขายต่างๆ ด้วยงบส่งเสริมตลาด 50 ล้านบาท จากงบรวมของบริษัท 70 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา” [6]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าบริษัทไม่ได้ประสบภาวะวิกฤตทางการเงินเพราะ “บริษัทแม่มีเงินลงทุนสูง” และจากเอกสารจดหมายเลิกจ้างที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่ได้กล่าวถึงการประสบภาวะทางการเงิน เพียงแต่อ้าง “ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก” ในขณะที่อีกทางหนึ่งบริษัทกลับมองว่า “ยอดขายของบริษัทปีนี้จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10% จากปกติที่บริษัทจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8-12%” จึงเป็นการยืนยันและแสดงถึงความไร้ซึ่งชอบธรรมจากความไม่มีสัจจะภายใต้ สโลแกน “ต้นทุนต่ำสุด กำไรสูงสุด” เพราะนายทุนจะมองเห็นโอกาสในวิกฤติเสมอ ดังคำที่ทางบริษัทนี้กล่าวไว้จริงๆ ที่ว่า “บริษัทแม่ในประเทศเยอรมนีมองปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้เป็นโอกาส...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;รัฐเป็นกลางจริงหรือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่า ชนชั้นนายทุนทั่วโลกจะพยายามสร้างให้รู้สึกว่า รัฐในสังคมเสรีประชาธิปไตยมีความเป็นกลาง เป็นพียงผู้ดูแลกติกา ไม่สังกัดชนชั้นใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกรณีไทรอัมพ์ฯ และกรณีอื่นๆ ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ารัฐไม่มีความเป็นกลาง แม้กระทั้งเจ้ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงที่แรงงานเรียกร้องมายังมีท่าทีที่คุ้มครองนายจ้างมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้กรณีบริษัทไทรอัมพ์นั้นยังได้รับการสนับสนุนในการย้ายฐานการผลิตไปในที่ๆ มีแรงงานราคาถูกและไม่มีสหภาพแรงงานจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัทบอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่า เป็นผู้ผลิตชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ที่มีกำลังผลิตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ภายใต้ แบรนด์ “ไทรอัมพ์” และเป็นผู้ผลิตใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียเพื่อขยายการลงทุนผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในประเทศไทยเพิ่มเติม เช่น ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ผ้าพันคอ เป็นต้น โดยมีกำลังการผลิตปีละ 2,000,000 ชิ้น เงินลงทุนทั้งสิ้น 75.5 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ [7] ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตด้วยการซื้อที่ดินและสร้างโรงงานที่ได้มาตรฐานรองรับการผลิตได้เต็มที่ได้ถึง 2,000 คน ในปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุปันก็มีคนงานถึง 1,000 กว่าคน [8]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่เมื่อพิจารณาจากนโยบายของ BOI แล้วจะพบว่าไม่มีนโยบายส่งเสริมธุรกิจดังกล่าว โดยนโยบายของ BOI [9] ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นโยบายส่งเสริม สนับสนุนอุตสาหกรรมการเกษตรไทย โดย BOI เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษเพื่อส่งเสริม สนับสนุนและเสริมสร้างพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรไทยอย่างครบวงจร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. นโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยใช้ STI เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ BOI ปรับนโยบายส่งสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Skill Technology &amp;amp; Innovation-STI) โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีแก่โครงการที่มีการพัฒนาด้าน STI&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. แนวทางการส่งเสริมกิจการซอฟต์แวร์ เพื่อปรับประเภทกิจการซอฟต์แวร์ใหม่โดยเน้นการให้การส่งเสริมเป็นกลุ่มธุรกิจ แทนที่จะเป็นลักษณะการทำงาน (Activity Group) เพื่อดึงดูดกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ของประเทศในอนาคต เพิ่มสิทธิประโยชน์และยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. สุดท้ายนโยบายส่งเสริม สนับสนุน SMEs ไทย โดย BOI ปรับบทบาทการส่งเสริมการลงทุนแก่ SMEs ไทย ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา SMEs ของรัฐบาล เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและลดเงื่อนไขให้เอื้อแก่กิจการเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่ยืนยันถึงความไม่เป็นกลางของรัฐในเชิงพฤติกรรมผ่านตัวแสดงจากเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจและในเชิงโครงสร้างและนโยบาย ที่ส่งเสริมให้เกิดการย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งแรงงานราคาถูก ไม่มีสหภาพแรงงาน (สวรรค์ของนักลงทุน) ขณะเดียวกันก็หยิบยื่นโอกาสในการเลิกจ้างแรงงานอายุมาก แรงงานที่ต่อสู้เพื่อได้รับสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น ทำลายสหภาพแรงงาน ทั้งๆ ที่เงินสนับสนุนนั้นมาจากภาษีของประชาชนโดยที่นายทุนที่ได้รับการส่งเสริมก็มักจะได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี [10] ด้วยซ้ำไป ตามนโยบายสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรของ BOI&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกทั้งการเลิกจ้างถึงเกือบ 2 พันคนกรณีไทรอัมพ์และที่อื่นๆ ที่ยังมีในขณะนี้ถือเป็นการพิสูจน์ความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าของรัฐบาลไทยที่นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มักจะชูภาพของการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจรุ่นใหม่ พร้อมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ของพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐบาลดังกล่าวยังแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ในส่วนของมาตรการเร่งด่วนระยะ 1 ปี ในเรื่องของการรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน ได้เสนอให้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการดำเนินมาตรการชะลอการเลิกจ้างและป้องกันการขยายตัวของการเลิกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยใช้มาตรการจูงใจเพื่อลดภาระของภาคเอกชนในการชะลอการเลิกจ้างงาน [11] แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่สำคัญถึงความไร้น้ำยาและความไม่เป็นกลางอย่างถึงที่สุดของรัฐบาลชุดนี้ในรอบครึ่งปีที่มาบริหารประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มาตรฐานสากลเพียงเสือกระดาษหรือตรายาง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากกรณีศึกษาไทรอัมพ์ฯ ซึ่งเป็นบรรษัทข้ามชาติจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสมาชิก ขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1961 ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วรวม 30 ประเทศ องค์กรดังกล่าวมีหลักปฏิบัติที่เรียกว่า OECD Guidelines for MNEs เพื่อให้ธุรกิจข้ามชาติของประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของ OECD ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การจ้างงาน และยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประเทศสมาชิก ขณะเดียวกันก็มีนโยบายรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโลก เพื่อให้เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก จึงมีการกำหนดพฤติกรรมอันพึงประสงค์ 8 ประการ ที่ธุรกิจข้ามชาติควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจ [12] ซึ่ง 2 ใน 8 ข้อนั้นคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure): ธุรกิจควรเปิดเผยข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ อาทิ โครงสร้างองค์กร สถานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและสังคมบริเวณโดยรอบองค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจ้างงานและแรงงานสัมพันธ์ (Employment and Industrial Relations): ธุรกิจควรเคารพสิทธิของลูกจ้าง ปฏิบัติต่อลูกจ้างด้วยความเท่าเทียมกัน ให้ข้อมูลผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจแก่ลูกจ้างและผู้แทน รวมทั้งดูแลสุขภาพ และให้โอกาสแก่ลูกจ้างในการพัฒนาทักษะอย่างเหมาะสม เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนียังถูกควบคุมด้วยวิธีการร่วมมือกัน นั่นหมายความว่า ยุทธศาสตร์ของสถานประกอบการไม่ได้ถูกกำหนดโดยผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเพียงด้านเดียว แต่ว่าจากผลประโยชน์จำนวนหนึ่งของตัวแทนผลประโยชน์ทางภาคประชาสังคม สถานประกอบการจะถูกควบคุมโดยคณะกรรมการบริหาร ที่นอกจากตัวแทนจากธนาคารแล้ว ยังมีตัวแทนจากฝ่ายผู้ประกอบการ ผู้แทนจากฝ่ายลูกจ้างและตัวละครจากภาครัฐที่มีบทบาทรวมอยู่ด้วย [13] แต่การปรับปรุงโครงสร้างค่าใช้จ่ายระยะยาวของไทรอัมพ์ก็ได้รับการยืนยันจากสหภาพแรงงานแล้วว่าไม่มีการปรึกษาหารือด้วยวิธีการร่วมมือกันและการเปิดเผยข้อมูลใดๆ จากทางบริษัท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเสือกระดาษหรือตรายางของมาตรฐานสากลที่ไม่มีผลบังคับใช้จริง นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตที่ทางสหภาพตั้งไว้คือทำไมเป็นแผนการปรับโครงสร้างทั่วโลก ขณะที่ในไทยมีแต่ที่โรงงานในบางพลี ทำไมโรงงานไทรอัมพ์ที่นครสวรรค์กลับมีการเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น โดยการสนับสนุนจาก BOI และทำไมต้องเป็นที่ฟิลิปปินส์กับไทยที่มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง และคนที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เป็นคนงานที่เข้าร่วมต่อสู้กรณี น.ส.จิตรา คชเดช อดีตประธานสหภาพแรงงานฯ ที่โดนเลิกจ้างไปครั้งที่แล้ว [14]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวมถึงทำไมบอกเลิกจ้าง 50 % แต่จากหนังสือคัดค้านการเลิกจ้างกลับระบุให้เห็นว่า คนงานที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ เป็นอนุกรรมการและกรรมการสหภาพแรงงานฯ ถึง 13 คนจากกรรมการสหภาพแรงงานทั้งหมด 19 คน ในการเลิกจ้างครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับส่วนของกรรมการสหภาพที่ถูกเลิกจ้างในสัดส่วนเกือบ 70 %&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวมถึงเมื่อพิจารณาจากแถลงการณ์ในการชุมนุมประท้วงและเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์เมื่อปีที่แล้วจะพบข้อน่าสนใจเกี่ยวกับช่วงยื่นข้อเรียกร้องขอปรับสภาพการจ้างของทางสหภาพก่อนที่จะมีการชุมนุมคัดค้านการเลิกจ้างประธานสหภาพ คือ “ช่วงระหว่างการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพฯ เพื่อขอปรับสภาพการจ้างครั้งที่ผ่านมา ทางฝ่ายผู้บริหารฯ ได้เสนอให้ปรับค่าจ้างตามความต้องการของบริษัทฯ และให้พนักงานรวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพฯ ลงมติรับข้อเสนอของทางบริษัทฯ เพื่อทำให้ข้อเรียกร้องของทางสหภาพฯ ตกไป โดยมีการขู่ว่าหากไม่รับข้อเสนอตามที่ทางบริษัทฯ เสนอ ทางบริษัทแม่ที่เยอรมนีอาจจะปิดบริษัทที่เมืองไทยแล้วจ้างทำการผลิตแบบเหมาช่วง (Sub-contract) แทน แต่ทางสหภาพฯ ไม่ยินยอมให้กระทำการดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าเป็นกลวิธีของผู้บริหารที่พยายามจะลดบทบาทและความสำคัญของสหภาพแรงงาน ด้วยการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในอนาคตว่าต่อไปบริษัทจะเป็นผู้เสนอการปรับสภาพการจ้างงานเองแล้วให้พนักงานลงมติรับรอง แทนที่ข้อเรียกร้องนั้นจะมาจากความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง” แสดงให้เห็นว่าทางบริษัทมีแผนที่จะเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน พร้อมทั้งลดทอนบทบาทและอำนาจการต่อรองของสหภาพแรงงานมาก่อนหน้านี้แล้วด้วยซ้ำไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นหากบริษัทมีความจำเป็นในการปรับโครงสร้างจริงก็ควรปรึกษาหารือกับสหภาพแรงงาน พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลให้กับพนักงาน เพื่อการปรับปรุงองค์กรให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างประสิทธิผลตามที่บริษัทกล่าวอ้างโดยวิธีการที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลายสหภาพแรงงานด้วยการเลิกจ้างคนงาน 1,959 คน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บริษัทก็ไม่ได้มีมาตราการอื่นที่จะสร้างประสิทธิภาพด้วยการปรับปรุงโครงสร้างค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนแต่อย่างใด [15] ตัวอย่างของการปรับปรุงโครงสร้างที่สร้างสรรค์ เช่น โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของรัฐบาลไทยที่เคยทำมาเพื่อปฏิรูประบบราชาการ โดยปรับขนาดกำลังคนให้เหมาะสมสอดคล้องกับการพัฒนาระบบราชการ ภายใต้หลักความสมัครใจและความประสงค์ร่วมกันของข้าราชการและราชการ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของข้าราชการและประโยชน์ของทางราชการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำกันในประเทศกำลังพัฒนา แต่หากทางฝ่ายนายจ้างที่ได้รับการส่งเสริมโดยรัฐไม่ยอมเลือกทางแก้ปัญหาในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ก็คงหนีไม่พ้นเจตนาตามที่สหภาพกังวลว่าจะเป็นการล้มสหภาพแรงงาน พร้อมทั้งย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งที่มีแรงงานราคาถูกและเปลี่ยนรูปแบบการผลิตแบบเหมาช่วง (Sub-contract) แทน เป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สรุป&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;จากกรณีการเลิกจ้างของไทรอัมพ์นี้แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงในชีวิตของแรงงานทุกๆ คนในระบบทุนนิยมเสรี แม้คุณจะอยู่ในบริษัทที่มั่นคงใหญ่โตแค่ไหน เพราะความมั่นคงของต้นทุนต่ำสุด กำไรสูงสุดของนายทุนนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยมีโอกาสคุยกับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างดังกล่าวหลายคนก็ไม่เคยคิดว่าจะถูกเลิกจ้าง (จึงมีแนวโน้มซื้อของเงินผ่อนและเป็นหนี้ มีเครดิตว่างั้น) นอกจากนี้กรณีของไทรอัมพ์ยังเสดงให้เห็นว่า รัฐในความเป็นจริงแล้วไม่มีความเป็นกลาง มาตรฐานสากลอันสวยหรูเป็นเพียงเสือกระดาษหรือตรายางเท่านั้น ไม่มีสัจจะและความสร้างสรรค์ที่แท้จริงภายใต้ สโลแกน “ต้นทุนต่ำสุด กำไรสูงสุด” นายทุนมักมองวิกฤติเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตราการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินเสมอ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของแรงงานจึงไม่ใช้เพราะ “แรงงานไม่ Sensitive...ไม่เข้าใจความเป็นนายจ้าง” แต่เป็นเพราะเขา Sensitive และเข้าใจความเป็นนายจ้าง สังคมไทยต่างหากที่ไม่ Sensitive และไม่เข้าใจความเป็นแรงงาน กลับถูกรัฐใช้กระแสหมีแพนด้ากลบเกลื่อนความผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจทั้งระบบที่กระทบกับคนทุกคน ไม่ใช่เฉพาะแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจำนวนมากขณะนี้เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;br /&gt;[1] สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ . 2551. แถลงการณ์กรณีการชุมนุมต่อต้านการล้มสหภาพไทรอัมพ์&lt;br /&gt;[2] กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ . ไทรอัมพ์ปลดพนง. 1.9 พันคน ชดเชยตามกม. วันที่ 29 มิถุนายน 2552&lt;br /&gt;[3] กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. หอการค้าวอนรัฐดูแลสภาพคล่องชี้อออเดอร์หาย20% วันที่ 30 มิถุนายน 2552 http://www.bangkokbiznews.com&lt;br /&gt;[4] ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต . เก๋ ชลลดา – ทาทา ยัง ประชันความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำครั้งแรก!! เปิดประมูลชุดว่ายน้ำประดับคริสตัลสุดหรู วันที่ 11 มีนาคม 2552 ที่มา http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=2A66B2A83413D38DDF2381A68F069390&amp;amp;query=IlRyaXVtcGggU3dpbXdlYXIgMjAwOSI=&lt;br /&gt;[5] ประชาไท. 2552. ไทรอัมพ์เลิกจ้าง พนง. 1,930 คน คนงานจี้ชี้แจงขาดทุนจริงหรือไม่ 2009-06-29 ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24894&lt;br /&gt;[6] โพสต์ทูเดย์ . ไทรอัมพ์เร่งผุดสาขากลางเมือง วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552 ที่มาhttp://www.posttoday.com/business.php?id=38726&lt;br /&gt;[7] หนังสือพิมพ์แนวหน้า. บอร์ดบีโอไออนุมัติ ไทรอัมพ์ทุ่ม75ล้าน ขยายฐานการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป&lt;br /&gt;ฉบับวัน อังคารที่ 8 กรกฎาคม 2008&lt;br /&gt;[8] สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ . 2552. หนังสือคัดค้านการเลิกจ้างสมาชิกสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ และคนงานบริษัทบอดี้แฟชั่น(ประเทศไทย)จำกัด. 3 กรกฎาคม 2552&lt;br /&gt;[9] คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. นโยบายของบีโอไอ ที่มา http://www.boi.go.th/thai/about/boi_policies.asp&lt;br /&gt;[10] คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน. สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากร ที่มา http://www.boi.go.th/thai/about/basic_incentive.asp&lt;br /&gt;[11] มติชนออนไลน์. นโยบายรัฐบาล"อภิสิทธิ์ " ว่าด้วยมาตรการเร่งด่วน 1 ปี. วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1230614749&lt;br /&gt;[12] Connection Co.,Ltd. OECD Guidelines for Multinational Enterprises ที่มา http://www.connections.co.th/marketing/page_bx.php?cno=86&amp;amp;cid=18&lt;br /&gt;[13] โทมัส ไมเออร์. อนาคตสังคมประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ :มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท, หน้า 320-321&lt;br /&gt;[14] กรมประชาสัมพันธ์ . คนงานไทรอัมพ์ไม่เชื่อเลิกจ้าง1.9พันคนเพราะขาดทุน http://www.atnnonline.com/atnnonline/index.php/economics/709-19.html&lt;br /&gt;[15] อ้างแล้ว, สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ . 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/07/25008"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-4464459957720050922?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/4464459957720050922/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=4464459957720050922' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/4464459957720050922'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/4464459957720050922'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/07/1959-sensitive.html' title='เลิกจ้างไทรอัมพ์ 1,959 คน “แรงงานไม่ Sensitive... ไม่เข้าใจความเป็นนายจ้างจริงหรือ?”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SmFE1VWMO6I/AAAAAAAAChE/drV18n9TpME/s72-c/DSC00092.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-6977871222035076364</id><published>2009-06-17T11:51:00.000-07:00</published><updated>2009-06-17T12:00:34.374-07:00</updated><title type='text'>ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ ประกายไฟเสวนา หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ ประกายไฟเสวนา หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"&lt;br /&gt;บ่ายวันอาทิตย์ที่ 28 นี้ ที่มูลนิธิ 14 ตุลา(ตึกหน้าชั้นใต้ดิน)&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sjk7bXzIvcI/AAAAAAAACfI/qj778kSmDI0/s1600-h/à¸à¹à¸²à¸¢à¸ªà¸£à¹à¸²à¸[1]...jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5348371373910179266" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 226px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sjk7bXzIvcI/AAAAAAAACfI/qj778kSmDI0/s320/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%5B1%5D...jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เค้าโครงประกายไฟเสวนา&lt;br /&gt;หัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"&lt;br /&gt;12.00-16.00 น. วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2552&lt;br /&gt;ณ.ห้องประชุม(ตึกหน้าชั้นใต้ดิน) มูลนิธิ 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;“ค่าย”ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักเรียนนักศึกษา นักกิจกรรมหรือนักเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ทุกฝ่าย ทุกอุดมการณ์ใช้เพื่อจัดตั้ง สร้างกระบวนการเรียนรู้ กล่อมเกลา หรือเรียกสั่นๆว่าการ "สร้างคน"ขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอื่นๆต่อไป &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;หากย้อนกลับไปคงยากในการสืบว่ากิจกรรมการสร้างกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบ"ค่าย"นั้นมีจุดเริ่มต้นทั้งในประเทศและสากลมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ถ้าเป็นค่ายที่เป็นกิจกรรมของนักศึกษา โดยเฉพาะของธรรมศาสตร์น่าจะเป็นเริ่มจากค่ายที่นักศึกษาธรรมศาสตร์จัดร่วมกับยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2501 แล้วกิจกรรมของนักศึกษาที่เรียกว่า "ค่าย"ก็ได้เป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน แน่นอนมีหลากหลายอุดมการณ์ ซึ่งไปค้นในคำค้นจาก Google โดยใช้คว่า "นักศึกษา ค่าย"แล้ว จะได้ประมาณ 1,490,000 คำค้น และก็แน่นอนอีกเช่นกันที่ในล้านกว่านั้นจะประกอบไปด้วยหลากหลายอุดมการณ์ อย่างไรก็ตามในนั้นก็ย่อมมีค่ายที่มุ่งหวังที่จะหล่อหลอมให้คนที่ผ่านค่ายมาแล้ว"สร้างอะไร"ให้กับสังคมตามอุดมการณ์ของแต่ละค่าย แต่ถึงกระนั้นสังคมไทยปัจจุบันก็ยังมีปัญหามากมาย &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดข้อสังสัยต่อกิจกรรมดังกล่าวว่าจะเป็นคำตอบของปัญหาหรือไม่ จึงนำมาซึ่งการสรุปบทเรียนร่วมกันของคนที่ทำกิจกรรมต่างค่ายต่างช่วงเวลากัน ด้วยการเสวนาเพื่อสรุปบทเรียนในหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร" อันจะนำไปสู่การทบทวนและปรับปรุงกิจกรรมดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสามารถตอบโจทย์ได้มากขึ้นต่อไป &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วัตถุประสงค์&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1. เพื่อให้เกิดการสรุปบทเรียนการทำกิจกรรมค่ายต่างๆของคนต่างรุ่น ต่างค่าย ร่วมกัน&lt;br /&gt;2. เพื่อหาแนวทางการทำกิจกรรมค่ายหรือกิจกรรมอื่นๆให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลร่วมกัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กำหนดการกิจกรรม ประกายไฟเสวนาหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร"&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;12.00-13.00 น. ลงทะเบียน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;13.00-16.00 น. &lt;strong&gt;ประกายไฟเสวนาหัวข้อ "ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร" &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นำเสวนาโดย&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;คุณสมชาย มีเหม็ง อดีตนักศึกษานักกิจกรรม 14 และ 6 ตุลา&lt;br /&gt;คุณเมธา มาสขาว อดีตเลขาธิการ สนนท. ปี 44&lt;br /&gt;คุณวีรนันท์ ฮวดศรี กลุ่มบุหงาศานติ นักกิจกรรมรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดำเนินรายการโดย&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;คุณรัชพงศ์ โอชาพงศ์ กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;E - mail &lt;a href="mailto:prakaifire@gmail.com"&gt;prakaifire@gmail.com&lt;/a&gt; หรือ &lt;a href="mailto:bus4530219@hotmail.com"&gt;bus4530219@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;รัชพงศ์ โอชาพงศ์ (เฉื่อย) 084-6601664&lt;br /&gt;หรือ เทวฤทธิ์ มณีฉาย (บัส) 089-2583641&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/&lt;br /&gt;http://prakaifire.blogspot.com/&lt;br /&gt;http://prakaifiregroup.hi5.com/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-6977871222035076364?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/6977871222035076364/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=6977871222035076364' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6977871222035076364'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6977871222035076364'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='ร่วมแลกเปลี่ยนไปกับ ประกายไฟเสวนา หัวข้อ &quot;ค่ายสร้างคน คนสร้างอะไร&quot;'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sjk7bXzIvcI/AAAAAAAACfI/qj778kSmDI0/s72-c/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%5B1%5D...jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-5498075571121125447</id><published>2009-05-27T04:06:00.001-07:00</published><updated>2009-05-27T04:22:00.217-07:00</updated><title type='text'>ประกายไฟเสวนา  ตอน “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”</title><content type='html'>&lt;strong&gt;เสวนาเชิงปฏิบัติการ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;“รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น.&lt;br /&gt;ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญถึง 18 ฉบับ ลักษณะร่วมที่สำคัญของรัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับก็คือ หลักการ เป้าหมาย และกระบวนการร่างที่จำกัดผูกขาดและตอบสนองผลประโยชน์เฉพาะกับบุคคลไม่กี่กลุ่ม ซึ่งเป็นชนชั้นนายทุน อภิสิทธิ์ชน คนร่ำรวย ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับบทบาทของนักวิชาการหอคอยงาช้าง ทหาร นักกฎหมาย และข้าราชการ ซึ่งไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับคนธรรมดาๆซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม ผลก็คือ รัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับล้วนแล้วแต่พูดถึงแต่หลักการของการบริหารจัดการสถาบันทางการเมืองของรัฐเท่านั้น โดยไม่ได้แตะต้องหรือแก้ไขปัญหาใหญ่ของสังคมไทย นั่นคือ ความไม่เท่าเทียม การกดขี่ขูดรีด และการไม่มีความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;การที่สังคมไทยมีรัฐธรรมนูญมากถึง 18 ฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่มีที่มาจากการทำรัฐประหารและมาจากการร่างกันขึ้นของคนไม่กี่คนนั้น เป็นภาพสะท้อนอย่างดีว่า รัฐธรรมนูญไม่สามารถและไม่มีวันจะทำหน้าที่เป็นกติกาหรือหลักการสูงสุดของการปกครองดูแลสังคมอย่างที่ตั้งใจไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังจะดำเนินการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกเราในฐานะที่เป็นองค์กรภาคประชาชน ไม่ควรจะไว้วางใจให้รัฐบาล เนติบริกร รวมไปถึงนักวิชาการหอคอยงาช้างจำนวนหนึ่งทำหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประชาธิปไตยแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งแน่นอนว่า รัฐธรรมนูญหรือระบอบการเมืองการปกครองที่มาจากปลายปากกาของคนเหล่านี้คงจะไม่สอดคล้องกับการสร้างรัฐสวัสดิการ ประชาธิปไตยที่กินได้ การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งเป็นความต้องการของพวกเราเป็นแน่แท้&lt;br /&gt;ดังนั้น นี่จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของพวกเราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ “การเมืองภาคประชาชน” ที่จะทำหน้าที่กำหนดวิถีชีวิตและรูปแบบการปกครองของพวกเราเอง กลุ่มประกายไฟ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการเสวนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับตัวแทนพี่น้องเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และตัวแทนของนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่จะมาแลกเปลี่ยนเพื่อหาคำตอบร่วมกันว่า “รัฐธรรมนูญที่ดี ที่ตอบสนองความต้องการของพวกเรา และที่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรมีหน้าตาอย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;กำหนดการ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เสวนาเชิงปฏิบัติการ “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 เวลา 13.00-16.00 น.&lt;br /&gt;ณ ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12.00 – 13.00 น. ลงทะเบียน&lt;br /&gt;13.00 – 16.00 น. เสวนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”&lt;br /&gt;นำเสนอโดย&lt;br /&gt;บุญรอด สายวงศ์ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ&lt;br /&gt;เจียระไน นะแส กลุ่มสะพานสูง ธรรมศาสตร์&lt;br /&gt;แบงค์ งามอรุณโชติ กลุ่มแรงคิด&lt;br /&gt;ดำเนินรายการโดย&lt;br /&gt;ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กลุ่มประกายไฟ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gTsA4LWI/AAAAAAAACew/LXebps737B0/s1600-h/24052009642.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5340460255735721314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gTsA4LWI/AAAAAAAACew/LXebps737B0/s320/24052009642.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt;&lt;div align="center"&gt;บรรยากาศ ประกายไฟเสวนา ตอน “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/em&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gUGY7JHI/AAAAAAAACfA/RaI9YWT-INE/s1600-h/24052009645.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5340460262815900786" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gUGY7JHI/AAAAAAAACfA/RaI9YWT-INE/s320/24052009645.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;em&gt;วิทยากรจากขวามือไปซ้ายมือ คุณเจียระไน นะแส กลุ่มสะพานสูง ธรรมศาสตร์ คุณษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กลุ่มประกายไฟ &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;em&gt;คุณบุญรอด สายวงศ์ สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และคุณแบงค์ งามอรุณโชติ กลุ่มแรงคิด&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gT24gVVI/AAAAAAAACe4/V2x59hU-G6A/s1600-h/24052009644.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5340460258653394258" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gT24gVVI/AAAAAAAACe4/V2x59hU-G6A/s320/24052009644.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ผู้เข้าร่วมงานประกายไฟเสวนา นักศึกษา แรงงาน นักกิจกรรมและประชาชนทั่วไป ประมาณ 60 ท่าน &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;พร้อมถ่ายทอดสดผ่านทางเวปนิวสกายไทยแลนด์ &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-5498075571121125447?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/5498075571121125447/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=5498075571121125447' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5498075571121125447'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5498075571121125447'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/05/blog-post_27.html' title='ประกายไฟเสวนา  ตอน “รัฐธรรมนูญที่ดีควรเป็นอย่างไร”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/Sh0gTsA4LWI/AAAAAAAACew/LXebps737B0/s72-c/24052009642.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-1678299279282053957</id><published>2009-05-07T11:19:00.001-07:00</published><updated>2009-05-07T11:21:53.699-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษา ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้</title><content type='html'>&lt;a href="http://technorati.com/tag/" rel="tag"&gt;&lt;/a&gt;(โทษทีครับเอาของเก่ามาลง  พอดีจะรวบรวมกิจกรรมของกลุ่มครับเลยต้องเอามาลง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 กันยายน 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเหตุการณ์การชุมนุมยืดเยื้อและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างรัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาอันเป็นความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายชนชั้นนายทุน มิใช่การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของชนชั้นล่างอย่างแท้จริง กลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์ฉบับนี้มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อสังคม ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;1. เราคัดค้านการใช้ความรุนแรงโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ตำรวจทหารในการปราบปรามผู้ชุมนุมทางการเมือง และการประกาศสภาวะฉุกเฉินของฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งการเรียกร้องยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น การเรียกร้องให้ทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองเข้ามาทำรัฐประหาร&lt;br /&gt;2. เราต้องไม่ประณามวิธีการต่อสู้ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือวิธีการที่ไม่ใช่ "สันติวิธี" ไม่ว่ากลุ่มนั้นๆจะมีจุดยืนทางการเมืองแบบใดก็ตามหากเป็นการกระทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับรัฐ เช่น การชุมนุมแบบปิดถนน การยึดสถานที่ราชการ และการนัดหยุดงานแบบผิดกฎหมาย ซึ่งวิธีการทั้งหมดนี้เป็นวิธีการต่อสู้ทางการเมืองของชนชั้นล่างทั้งในประเทศและในระดับสากลในการต่อสู้กับความยุติธรรมปลอมๆที่สร้างขึ้นโดยระบบทุนนิยมและรัฐตลอดมา&lt;br /&gt;3. เราคัดค้านแนวทาง "การเมืองใหม่" ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เสนอให้ตัวแทนของประชาชนในรัฐสภามาจากการแต่งตั้ง หรือที่เรียกว่า "70: 30" ซึ่งข้อเสนอเช่นนี้เป็นข้อเสนอที่จำกัดสิทธิในทางการเมืองของชนชั้นล่าง เราเสนอว่า ทางออกจากปัญหาดังกล่าวต้องใช้วิธีการปฏิรูปและพัฒนาสถาบันทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อสนับสนุนและเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนมากกว่าที่จะเป็นการถอยหลังเข้าคลองไปสู่ระบอบเผด็จการเช่นข้อเสนอของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&lt;br /&gt;4.อันเนื่องมาจากการเมืองทั้ง 2 ขั้วในปัจจุบัน คือ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่างแสดงจุดยืนทางการเมืองแบบชาตินิยมและอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ซึ่งจุดยืนทางการเมืองเช่นนี้ไม่ใช่ข้อเสนอหรือแนวทางการเมืองที่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์จริงของคนชั้นล่าง ทั้งที่เป็นกรรมกร เกษตรกร คนจนเมือง ฯลฯ เราในฐานะกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษาที่ลงนามในแถลงการณ์นี้เสนอให้มีการพูดถึงการปฏิรูปการเมืองและสังคมโดยมีการเก็บภาษีทางตรงในอัตราก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีที่ดินจากคนร่ำรวย เพื่อการสร้างรัฐสวัสดิการที่ดูแลชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตายอย่างเป็นรูปธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง&lt;br /&gt;สหพันธ์สิ่งทอและเครื่องหนังแห่งประเทศไทย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-1678299279282053957?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/1678299279282053957/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=1678299279282053957' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/1678299279282053957'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/1678299279282053957'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/05/blog-post_07.html' title='แถลงการณ์ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มพันธมิตรนิสิตนักศึกษา ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-608151856316705463</id><published>2009-05-07T09:52:00.000-07:00</published><updated>2009-05-07T11:30:26.082-07:00</updated><title type='text'>แรงงานร่วมขบวนนักศึกษาชุมนุมหน้ารัฐสภา หนุนรัฐสวัสดิการ</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbsP7YWQI/AAAAAAAACeY/Z6fI-Ei6iC0/s1600-h/01052009631.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5333136830740584706" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbsP7YWQI/AAAAAAAACeY/Z6fI-Ei6iC0/s320/01052009631.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbr3YuSuI/AAAAAAAACeQ/nIalcZtnk6E/s1600-h/01052009626.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5333136824152771298" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbr3YuSuI/AAAAAAAACeQ/nIalcZtnk6E/s320/01052009626.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;em&gt; 1 พ.ค. 52 กรรมกรสากล ต้องสู้เพื่อ รัฐสวัสดิการ ยกเลิกเหมาค่าแรง สินค้าต้องราคาถูก&lt;/em&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;กลุ่มสหภาพแรงงานย่างรังสิตและใกล้เคียง ร่วมกับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทยสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตยธรรมศาสตร์ กลุ่มเวียงผาสัมมนาราม และกลุ่มประกายไฟ กว่า 200 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันกรรมกรสากล” โดยเมื่อเวลา 10.00 น.มีการตั้งขบวนบนถนนสุโขทัย บริเวณหน้าสวนสัตว์เขาดิน จากนั้นได้เดินขบวนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbrPY_UpI/AAAAAAAACeI/KNe25cWFvxs/s1600-h/01052009625.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5333136813416469138" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbrPY_UpI/AAAAAAAACeI/KNe25cWFvxs/s320/01052009625.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;em&gt;ขับกล่อมโดยบทเพลงจาก สนนท.&lt;/em&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ในการชุมนุมได้เชิญชวนให้ประชาชนและคนทำงานทั่วไป ร่วมรณรงค์ให้รัฐบาลดำเนินการใน 3 ข้อ คือ 1.ให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ 2.ให้รัฐบาลรัฐบาลยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรง และควบคุมดูแลไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสิทธิแรงงานในทุกมิติ และ 3.รัฐบาลต้องควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อประชาชนอย่างเหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbszGgFAI/AAAAAAAACeo/ExmsqJyBaZo/s1600-h/01052009636.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5333136840182469634" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbszGgFAI/AAAAAAAACeo/ExmsqJyBaZo/s320/01052009636.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;div align="center"&gt;&lt;em&gt;ป้ายของ สนนท.และกลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbshCZJaI/AAAAAAAACeg/WxwYpe-QDkk/s1600-h/01052009635.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5333136835333399970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbshCZJaI/AAAAAAAACeg/WxwYpe-QDkk/s320/01052009635.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbshCZJaI/AAAAAAAACeg/WxwYpe-QDkk/s1600-h/01052009635.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;em&gt;ละครสะท้อนชีวิตของพี่น้องแรงงาน&lt;/em&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนกิจกรรม มีการปราศรัยเกี่ยวกับข้อเสนอต่างๆ ของผู้เข้าร่วม มีการแสดงดนตรี การแสดงละครสะท้อนชีวิตของคนงาน และในตอนท้ายได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า กลุ่มสหภาพแรงงานย่างรังสิตและใกล้เคียง ร่วมกับองค์กรเพื่อนมิตรทุกองค์กร ขอสัญญาร่วมกันว่าจะร่วมกิจกรรมรณรงค์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างพลังในการเรียกร้องต่อรัฐร่วมกัน และจะมีการมาพบกันอีกครั้งที่ตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านกลุ่มประกายไฟมีแถลงการณ์เสนอรัฐสวัสดิการคือทางออกในวิกฤติ โดยแรงงานต้องเรียกร้องรัฐสวัสดิการ สังคมใหม่ที่สะท้อนความเสมอภาค และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รัฐสวัสดิการคือสังคมที่ให้หลักประกันในทุกด้าน ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยจะนำสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตย เพิ่มอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวอักษรตามรัฐธรรมนูญ โดยงบประมาณรัฐสวัสดิการต้องมาจากการเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า ดังนั้นรัฐสวัสดิการจึงไม่ใช่การร้องขอ หรือความใจดีของชนชั้นปกครอง แต่ต้องมาจากการต่อสู้ ซึ่งจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองของตนเองเพื่อชูรัฐสวัสดิการอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แถลงการณ์ฉบับเต็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;กลุ่มประกายไฟเสนอ รัฐสวัสดิการคือทางออก ในวิกฤติเศรษฐกิจ!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีจะเป็นวันที่ชนชั้นปกครองทั่วโลกอกสั่นขวัญแขวนและหวาดกลัวที่สุด เมื่อ ประชาชนที่ทำงานหนักที่สุด ถูกขูดรีดเอาเปรียบที่สุดของทุกสังคมหาญกล้าที่จะรวมตัว หาญกล้าที่จะตั้งคำถามและทวงถามถึงความเป็นธรรม ขณะที่มวลชนรวมตัวและเรียกร้องในนามของผู้ใช้แรงงาน รัฐบาลที่หวาดกลัวประชาชนของตัวเอง จะโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมคำหลอกลวง เรียกร้องหาความสมานฉันท์และสามัคคีในชาติ แต่พวกเขาล้วนหลอกลวง....เพราะพวกเขาไม่เคยหยุดขูดรีดเพื่อหาทางสมานฉันท์กับเราแต่อย่างใด เว้นแต่ในหนังสือนิยาย ที่มีในแบบเรียนที่พวกเขาหลอกลวงลูกหลานของพวกเราเท่านั้น&lt;br /&gt;ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจนี้ เราจะพบว่าเหล่านายทุน-ผู้ประกอบการ จะมีมาตรการและข้ออ้างมากมายในการรักษาผลประโยชน์ของพวกเขา พวกเขาจะอ้างถึง สำนึกองค์กร ให้เราเสียสละลาออกเพื่อคนอื่น โดยพวกเขาไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอะไร ขณะที่พวกเขาเรียกร้องให้พวกเราเสียสละ แต่พวกเขายังคงนอนกลัดกลุ้มบนกองเงินกองทองที่พวกเขาขูดรีดพวกเรามาก่อนหน้านั้น และครุ่นคิดว่าทำอย่างไรจึงจะเขี่ยพวกเราทิ้งอย่างดูดีที่สุด&lt;br /&gt;วิกฤติเศรษฐกิจเป็นเครื่องความพิสูจน์ความจริงใจของพวกเขา.....ว่าเมื่อต้องการลดค่าใช้จ่ายพวกเราจะเป็นพวกแรกที่พวกเขาจะสลัดทิ้งเสมอ พวกเรากลุ่มคนที่ทำงานหนักที่สุดในประเทศและถูกละเลยมาโดยตลอดต้องเรียกร้อง รัฐสวัสดิการ สังคมใหม่ซึ่งะท้อนความเสมอภาค และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อันมีองค์ประกอบดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.รัฐสวัสดิการคือสังคม ที่ให้หลักประกันในทุกด้าน ตั้งแต่เกิดจนตาย นับแต่การตั้งครรภ์ การเรียนหนังสือที่ฟรีและมีคุณภาพ สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม งานที่มีความหมายต่อสังคม ค่าตอบแทนที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพและมีเกียรติในสังคม&lt;br /&gt;2.รัฐสวัสดิการจะนำสู่สังคม ที่เป็นประชาธิปไตย เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวอักษรตาม รัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;3.งบประมาณรัฐสวัสดิการต้องมาจากการเก็บ ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า&lt;br /&gt;4.ดังนั้นรัฐสวัสดิการจึงไม่ได้มาจากการร้องขอ...หรือความใจดีของชนชั้นปกครอง หากแต่ต้องมาจากการต่อสู้ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองของเรา เพื่อชูประเด็นรัฐสวัสดิการอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดต่อเราที่ : &lt;a href="mailto:prakaifire@windowslive.com"&gt;prakaifire@windowslive.com&lt;/a&gt;, &lt;a href="mailto:prakaifire@gmail.com"&gt;prakaifire@gmail.com&lt;/a&gt;,&lt;br /&gt;0895363551, 0892583641, 0846601664, &lt;a href="http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/"&gt;http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-608151856316705463?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/608151856316705463/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=608151856316705463' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/608151856316705463'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/608151856316705463'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='แรงงานร่วมขบวนนักศึกษาชุมนุมหน้ารัฐสภา หนุนรัฐสวัสดิการ'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SgMbsP7YWQI/AAAAAAAACeY/Z6fI-Ei6iC0/s72-c/01052009631.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-8755558470387561308</id><published>2009-03-09T23:55:00.000-07:00</published><updated>2009-03-10T00:02:55.852-07:00</updated><title type='text'>แรงงาน-นศ. ดัน ‘รัฐสวัสดิการ’ หนุนเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP_OE5akI/AAAAAAAACdc/-4fm381ILfw/s1600-h/IMG_6132.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450389314890306" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP_OE5akI/AAAAAAAACdc/-4fm381ILfw/s320/IMG_6132.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP_IUFwyI/AAAAAAAACdU/Ts7r2fDr_tM/s1600-h/IMG_6146.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450387768001314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP_IUFwyI/AAAAAAAACdU/Ts7r2fDr_tM/s320/IMG_6146.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-0Tq_DI/AAAAAAAACdM/4Eumaah3vFQ/s1600-h/IMG_6150.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450382397537330" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-0Tq_DI/AAAAAAAACdM/4Eumaah3vFQ/s320/IMG_6150.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-bUovdI/AAAAAAAACc8/Qn5MX-CrA-4/s1600-h/IMG_6390.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450375690698194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 213px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-bUovdI/AAAAAAAACc8/Qn5MX-CrA-4/s320/IMG_6390.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-sMW_OI/AAAAAAAACdE/G58BnA1Zp8A/s1600-h/IMG_6385.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450380219383010" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 213px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP-sMW_OI/AAAAAAAACdE/G58BnA1Zp8A/s320/IMG_6385.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRVrF7XI/AAAAAAAACds/oFr9rQ0yf-k/s1600-h/IMG_6412.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450700591787378" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 213px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRVrF7XI/AAAAAAAACds/oFr9rQ0yf-k/s320/IMG_6412.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRurFBcI/AAAAAAAACd0/7ZI9_lKI6M0/s1600-h/IMG_6397.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450707302614466" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRurFBcI/AAAAAAAACd0/7ZI9_lKI6M0/s320/IMG_6397.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRKm8BLI/AAAAAAAACdk/y5TccnESdpc/s1600-h/IMG_6449.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5311450697621570738" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 214px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYQRKm8BLI/AAAAAAAACdk/y5TccnESdpc/s320/IMG_6449.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ภาพโดยปกป้อง พงศาสนองกุล&lt;/em&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(8 มี.ค.) เนื่องในวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับ 8 มี.ค. ของทุกปี องค์การความร่วมมือแก้วิกฤตแรงงาน (ควร.) ประมาณ 250 คน ซึ่งประกอบด้วยองค์กรแรงงานและนักศึกษา อาทิ สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย, อุตสาหกรรมสิ่งทอตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย, สหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย, สหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย, สหพันธ์ แรงานชิ้นส่วนยานยนต์ฯ, สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.), สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ, กลุ่มกรรมกรปฏิรูปและกลุ่มประกายไฟ เป็นต้น ร่วมกันชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบฝั่งประตู 4 ตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ชุมนุมใช้แถบผ้าสีแดงมีข้อความ “หยุดทุนนิยม สร้างสังคมรัฐสวัสดิการ” คาดศีรษะเป็นสัญลักษณ์ โดยผลัดกันขึ้นปราศรัยบนรถบรรทุก นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมแสดงละครสะท้อนปัญหาแรงงานหญิงจาก สนนท. และกลุ่มประกายไฟ และทำพิธีรดน้ำศพหุ่นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยแก้ปัญหาให้คนงาน เท่ากับเป็นรัฐบาลที่ไม่มีชีวิต โดยผู้ชุมนุมได้ช่วยกันนำหุ่นนายกฯ โยนเข้าไปในทำเนียบฯ ทางประตู 5 ก่อนจะยุติการชุมนุมด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...เพื่อให้พวกเราซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมมีความมั่นคงในชีวิต เศรษฐกิจและสังคม เพื่อความเป็นธรรม ความเสมอภาค เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้พวกเราได้ในสิ่งที่พวกเราถูกขูดรีดไปกลับคืนมา และเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเรา ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงขอใช้โอกาสวันสตรีสากล วันแห่งความเสมอภาคและความเป็นธรรมนี้ประกาศว่า “พอกันที”” นายบรรจง บุญรัตน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนอ่านคำประกาศวันสตรีสากล ซึ่งระบุว่า ในเบื้องต้นจะร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการคือเป็นสังคมที่ให้หลักประกันในทุกด้านอย่างถ้วนหน้าและครบวงจร โดยใช้งบประมาณจากภาษีที่ดิน ภาษีมรดก และภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า รวมถึงยกเลิกภาษีทางอ้อม (VAT) ลดงบประมาณของรัฐที่ไม่จำเป็น เช่น งบประมาณทางการทหาร งบประมาณการโฆษณา และพิธีกรรรมของรัฐที่ไม่จำเป็นต่อชนชั้นล่าง เป็นต้น ซึ่งรัฐสวัสดิการนั้นจะนำไปสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตย เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวอักษรตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังเสนอให้มีพรรคการเมืองที่เป็นของแรงงานเอง เพื่อเข้าไปมีส่วนกำหนดนโยบายรัฐโดยตรงและเพื่อให้การศึกษาแก่มวลชนด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางสาวจิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คนมักคิดว่าการเรียกร้องสิทธิผู้หญิงคือการเรียกร้องสิทธิที่เหนือกว่าผู้ชาย แต่ตนเองมองว่า ไม่ใช่การเหนือกว่า แต่เป็นเรื่องสิทธิของคนจนที่จะเข้าสู่การกำหนดนโยบาย การบริหารประเทศได้อย่างไร ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้หญิง เป็นแค่ชนชั้นเราก็พอแล้ว เพราะถ้ามองแค่ว่าต้องเป็นผู้หญิง สุดท้ายคนที่เข้าสู่ตำแหน่งก็ไม่พ้นชนชั้นสูงอย่างคุณหญิงคุณนายทั้งหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : ประชาไท วันที่ : 9/3/2552&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-8755558470387561308?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/8755558470387561308/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=8755558470387561308' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/8755558470387561308'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/8755558470387561308'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='แรงงาน-นศ. ดัน ‘รัฐสวัสดิการ’ หนุนเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SbYP_OE5akI/AAAAAAAACdc/-4fm381ILfw/s72-c/IMG_6132.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-6808458979935928014</id><published>2009-02-25T09:30:00.000-08:00</published><updated>2009-02-25T09:33:30.546-08:00</updated><title type='text'>สารคดี ของ Aljazeera เรื่องกฏหมายไทยเรื่องหมิ่นฯ</title><content type='html'>สารคดี ของ Aljazeera  เรื่องกฏหมายไทยเรื่องหมิ่นฯ ที่ออกอากาศในรายการ People &amp;amp; Power วันที่ 14 Feb 09 วันแห่งความรักพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;object width="480" height="295"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/lndg1AP02xM&amp;hl=en&amp;fs=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/lndg1AP02xM&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="295"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-6808458979935928014?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/6808458979935928014/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=6808458979935928014' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6808458979935928014'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/6808458979935928014'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/02/aljazeera.html' title='สารคดี ของ Aljazeera เรื่องกฏหมายไทยเรื่องหมิ่นฯ'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-5341313402123049322</id><published>2009-02-24T04:34:00.000-08:00</published><updated>2009-02-24T04:45:07.386-08:00</updated><title type='text'>รัฐสวัสดิการคือทางออกในวิกฤติเศรษฐกิจ!!!</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SaPrlHWHLoI/AAAAAAAACcA/oJ7FEM4ejwI/s1600-h/23022009584.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5306343808832056962" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SaPrlHWHLoI/AAAAAAAACcA/oJ7FEM4ejwI/s320/23022009584.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;23 ก.พ.52 เวลาประมาณ 9.00 น. กลุ่มประกายไฟได้เข้าร่มกับ แรงงานและนักศึกษา ประมาณ 400 กว่าคน ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก สหภาพแรงงานแคนาดอล กลุ่มประสานงานกรรมกร กลุ่มลูกจ้างที่เป็นแรงงานจ้างเหมาทำงานในบริษัท รอยัล ปอร์ชเลน จำกัด (มหาชน) หรือ RPC และ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมปราศรัยถึงปัญหาที่แรงงานประสบในขณะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นเวลา 10.00 น. ได้เคลื่อนขบวนมาหน้าทำเนียบบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งบริเวณดังกล่าวก็ได้มีสหภาพแรงงานแคนาดอลที่ชุมนุมกันมา 2 สัปดาห์แล้ว (ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท แคนาดอล เอเชีย จำกัด ผู้ผลิตท่อส่งก๊าซและท่อน้ำมัน นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้ปักหลักชุมนุมอยู่แล้วตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.52 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการเลิกจ้างงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ชุมนุมกันที่หน้าโรงงานตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.52)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยการระหว่างการชุมนุมได้มีการปราศรัยประเด็นปัญหาที่แรงงานประสบและข้อเรียกร้อง จากกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงาน โดยมีมาตรการดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ให้ดำเนินคดีกับนายจ้างให้ถึงที่สุดกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือมีการละเมิดกฎหมายแรงงานโดยเจตนาในกรณีเลิกจ้างสมาชิกสหภาพแรงงานและกรรมการลูกจ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ห้ามมิให้นายจ้างปิดงานหรือเลิกจ้างคนงาน และให้ทุกบริษัทต้องจัดทำแผนงานเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการอื่นแทนการเลิกจ้างคนงานโดยกำหนดนโยบายและจัดทำแผนงานให้ชัดเจน หรือให้รัฐเข้าแทรกแซง โดยการเข้าไปถือหุ้น และบริหารในสถานประกอบการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เมื่อมีการเลิกจ้างพนักงานเกิดขึ้นโดยอ้างว่าบริษัทประสบภาวะวิกฤติ ขอให้รัฐเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่บริษัทกล่าวอ้างหรือไม่ ถ้าไม่เป็นจริงให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานโดยไม่มีเงื่อนไข และถ้านายจ้างประสบปัญหาจริงรัฐต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับสิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ์ได้รับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงานให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง ๕๐% ทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นเวลาหนึ่งปี และกรณีลูกจ้างใช้สิทธิเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ในพระราชบัญญัติปี พ.ศ. 2533 ให้จ่ายเงินสมทบเฉพาะส่วนลูกจ้างเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ประเทศไทย ต้องก้าวไปสู่การเป็นประเทศรัฐสวัสดิการ ซึ่งรายได้ต้องมาจากการจัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยผู้ที่ผู้มีรายได้มากต้องจ่ายมากส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยต้องจ่ายน้อย เพิ่มการเก็บภาษีทางตรงกับคนรวยทุกคน เก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดิน และเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนโดยการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. รัฐบาลต้องยกเลิกกฎหมาย เรื่อง “การจ้างงานในระบบเหมาค่าแรง” เนื่องจากทำให้ผู้ใช้แรงงานขาดความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และถูกเอาเปรียบจากนายจ้างประเภทกิจการเหมาค่าแรงโดยการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานตามกฎหมายแรงงานทุกรูปแบบ ทำให้บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างเต็มจำนวนในระหว่างที่นายจ้างประกาศให้ลูกจ้างหยุดงานชั่วคราวเนื่องจากผลประโยชน์ของนายจ้าง หรือเนื่องจาการประกาศใช้มาตรา ๗๕ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ ๒ โดยมิชอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. รัฐบาลต้องนำร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ............ (ฉบับบูรณาการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมร่างกฎหมาย) เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และกลุ่มประกายไฟที่มาร่วมชุมนุมก็ได้แจกใบปลิว “รัฐสวัสดิการคือทางออกในวิกฤติเศรษฐกิจ!!!” ซึ่งเสนอทางออกในวิกฤติเศรษฐกิจนี้ โดยเรียกร้องให้ผู้ใช้แรงงานรวมตัวกันสร้างพรรคการเมืองและเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า เพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ โดยมีเนื่อหาดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐสวัสดิการคือทางออกในวิกฤติเศรษฐกิจ!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การดำเนินชีวิตของประชาชนผู้ใช้แรงงานทั่วไปเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้แรงงานหากไม่ถูกเลิกจ้างก็ต้องรับค่าจ้างที่น้อยลง หรือไม่ก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมงานของเราถูกไล่ออกเพื่อรักษากำไรของผู้ประกอบการซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มั่งคั่งและร่ำรวยจากการทำงานของเรา-ผู้ใช้แรงงานมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้แต่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะเดียวกันรัฐบาลแทบทุกชุดยังคงมุ่งรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการและคนรวยอย่างต่อเนื่อง พวกเขามองว่าชีวิตที่ไร้หลักประกันของเราผู้ใช้แรงงานเป็นเรื่องปกติ เป็นความโชคร้ายของพวกเรา...พวกเขาพร้อมจะช่วยเหลือด้วยเศษเนื้อที่พวกเขาขูดรีดจากเงินภาษีของพวกเรา...ซึ่งทุกคนต่างตระหนักดีว่า เงินช่วยเหลืออันน้อยนิดของรัฐบาลไม่ทำให้ชีวิตของพวกเรามั่นคงขึ้นแม้แต่นิดเดียว...ในเมื่อเราได้รับค่าจ้างเพียงแค่กันตาย ลูกต้องเรียนหนังสือ ต้องดูแลพ่อ-แม่สูงอายุ(ซึ่งไม่มีหลักประกันเช่นเดียวกัน) มีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย และเมื่อเราตกงาน ....เรื่องเหล่านี้สาเหตุไม่ใช่เพราะความโชคร้าย....แต่เป็นเพราะการที่พวกเขาขูดรีด เอาเปรียบพวกเราอย่างเป็นระบบ....แต่วิกฤติเศรษฐกิจเป็นเครื่องความพิสูจน์ความจริงใจของพวกเขา.....ว่าเมื่อต้องการลดค่าใช้จ่ายพวกเราจะเป็นพวกแรกที่พวกเขาจะสลัดทิ้งเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเรากลุ่มคนที่ทำงานหนักที่สุดในประเทศและถูกละเลยมาโดยตลอดจะต้องร่วมกันเรียกร้อง รัฐสวัสดิการ สังคมใหม่ซึ่งสะท้อนความเสมอภาค และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อันมีองค์ประกอบดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.รัฐสวัสดิการคือสังคมที่ให้หลักประกันในทุกด้าน ตั้งแต่เกิดจนตาย นับแต่การตั้งครรภ์ การเรียนหนังสือที่ฟรีและมีคุณภาพ สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม งานที่มีความหมายต่อสังคม ค่าตอบแทนที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพและมีเกียรติในสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.รัฐสวัสดิการจะนำสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตย เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวอักษรตามรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.งบประมาณรัฐสวัสดิการต้องมาจากการเก็บ ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีเงินได้ในอัตราก้าวหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ดังนั้นรัฐสวัสดิการจึงไม่ได้มาจากการร้องขอ...หรือความใจดีของชนชั้นปกครอง หากแต่ต้องมาจากการต่อสู้ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองของเรา เพื่อชูประเด็นรัฐสวัสดิการอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="right"&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;prakaifire@gmail.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;http://blogazine.prachatai.com/user/iskra &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;รวมถึงมีการแจกแถลงการณ์ของสหภาพแรงงาน เจนเนอรัลมอเตอร์ส จากการถูกละเมิดสิทธิแรงงาน&lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/15627" target="_blank"&gt;(คลิกเพื่ออ่านแถลงการณ์)&lt;/a&gt; ทั้งนี้ผู้ชุมนุมต้องรอจนถึงเวลา 13.30 น.เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวแทนผู้ชุมนุมเขาไปพูดคุยด้านใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยระหว่างนั้น เวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มสมัชชาเกษตรกรรายย่อย (สกย.) ประมาณ 1,000 คน ที่ชุมนุมอยู่หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เคลื่อนขบวนมายังทำเนียบรัฐบาลบริเวณสะพานอรทัยด้วยเช่นกัน มีการฝ่าด่านตำรวจมาปักหลักชุมนุม จนประชิดรั้วทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 1 และปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลเรียกร้องเร่งแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร พร้อมให้รัฐบาลนำรถสุขาและน้ำดื่มมาบริการ โดยขู่ว่าหากไม่นำรถสุขามาให้ ผู้ชุมนุมจะปัสสาวะริมรั้วทำเนียบฯ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง ยังไม่มีรถสุขามา กลุ่มผู้ชุมนุมบางคนทั้งผู้หญิงและผู้ชายทยอยกันมายืนปัสสาวะใส่รั้ว ทำเนียบฯ เพื่อประชดที่ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลา 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมส่งตัวแทน 10 คน เจรจาแก้ปัญหากับนายสุธรรม ลิ้มเกษมสุวรรณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นาน 1 ชั่วโมง จากนั้น นายรณชิต ทุ่มโมง ประธานกรรมการฝ่ายประสานงาน สกย. กล่าวว่าการมาชุมนุมครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากทางกลุ่มได้ยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการดูแลเกษตร แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยนายกฯ อ้างว่าต้องหารือกับ พล.ต.สนั่น ขจรประสาศน์ รองนายกรัฐมนตรี ก่อน ดัง นั้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ สกย.จะรอฟังผลการประชุมกรรมการผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตร (ธกส.) เรื่องการขอตัดเงินต้นและตัดดอกเบี้ย 50% ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ถ้าไม่ได้รับตามคำที่เกษตรขอร้องทางกลุ่มก็จะไปรวมตัวกับกลุ่มหนี้สินชาวนา ที่ชุมนุมอยู่ที่สะพานพระราม 6 ใกล้กระทรวงการคลังต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาประมาณ 15.00 น. ตัวแทนผู้ชุมนุมจากสหภาพแรงงานภาคตะวันออกและอื่นๆ ที่เข้าไปด้านในจึงได้ออกมาและชี้แจงโดย บุญยืน สุขใหม่ ผู้ประสานงานกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก ว่าข้อเรียกร้อง จากกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออก เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานนั้น ตัวแทนภาครัฐ รับปากว่าจะเสนอต่อนายก ส่วนของ RPC นั้นทางกระทรวงแรงงานรับปากจะไปแก้ และปัญหาของ สหภาพแรงงานแคนาดอล จะมีการพูดคุยกันวันที่ 26 ที่จะถึงนี้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้บุญยืนยังกล่าวต่อไปอีกว่า เราจะคอยติดตาม หากไม่ได้รับการแก้ไขก็จะกลับมาที่นี่อีกมากกว่านี้ จะรวมกันกับคนงานทั่วไปมาให้มากกว่านี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากนั้นก็ได้สลายการชุมนุม โดยมี สหภาพแรงงานแคนาดอล ปักหลักชุมนุมต่อไปบริเวณ ทั้งนี้ เวลา 16.30 น. กลุ่มประกายไฟได้ร่วมกับ กลุ่มประสานงานกรรมกร กลุ่มลูกจ้างที่เป็นแรงงานจ้างเหมาทำงานในบริษัท รอยัล ปอร์ชเลน จำกัด (มหาชน) หรือ RPC และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ประมาณ 60 กว่าคนได้ไปชุมนุมต่อบริเวณแยกวิทยุ และได้เคลื่อนไป บริเวณหน้าอาคารอับดุลราฮิม ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน สำนักงาน&lt;a href="http://www.gpf.or.th/Thai/GenInfo_CSR2.asp"&gt;กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข,)&lt;/a&gt; ถนนพระรามสี่ ซึ่ง กบข. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในบริษัท รอยัล ปอร์ชเลน จำกัด (มหาชน) หรือ RPC โรงงานตั้งอยู่ ณ ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งพนักงานเหล่านี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกเอารัดเอาเปรียบในการจ้างงานโดยลูกจ้างกลุ่มดังกล่าวระบุรายละเอียดดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ลาป่วยถูกหักค่าจ้างหรือไม่จ่ายค่าจ้างในการลาป่วยไม่ว่ากรณีใดๆและไม่เคยได้รับเงินชดเชย&lt;br /&gt;2. ไม่เคยได้รับสิทธิในการลาพักผ่อนประจำปีและไม่เคยได้รับเงินชดเชยในกรณีนี้&lt;br /&gt;3. ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างและมีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชย&lt;br /&gt;4. นายจ้างให้หยุดงานโดยอ้างภาวะเศรษฐกิจโดยไม่จ่ายค่าจ้างตามมาตรา 75 แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงาน&lt;br /&gt;5. ถูกลิดรอนสิทธิด้านอายุงานและค่าจ้างหรือเงินชดเชย ซึ่งนายจ้างพยายามโอนถ่ายหรือโอนย้ายลูกจ้าง โดยให้ลูกจ้างลาออกหรือต้องทำสัญญาจ้างใหม่ในอัตราค่าจ้างที่ลดลงและไม่นับอายุงานต่อเนื่อง&lt;br /&gt;6. คนงานหญิงตั้งครรภ์ ถูกบังคับให้ทำงานจนถึงวันคลอด และจ่ายเงินสำหรับการลาคลอดเพียง 1 เดือน&lt;br /&gt;7. มีการปล่อยเงินกู้ให้กับลูกจ้างในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้กลุ่มลูกจ้างที่เป็นแรงงานจ้างเหมาทำงานในบริษัท รอยัล ปอร์ชเลน จำกัด (มหาชน) หรือ RPC ซึ่ง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข,) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นั้นได้ปักหลักชุมนุมบริเวณฟุตบาทหน้าอาคารอับดุลราฮิม ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน สำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข,) ประมาณ 50 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนท้องแก่ใกล้คลอด โดยเธอจะขอคลอดลูกบริเวณนี้ เพราะไม่มีเงินกลับไปสระบุรีแล้ว จะขอชุมนุมหน้าสำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) พร้อมกับเพื่อนๆ ไปจนกว่าจะมีใครมารับผิดชอบความไม่เป็นธรรมและถูกเอารัดเอาเปรียบในการจ้างงานของบริษัทรอยัล ปอร์ชเลน จำกัด (มหาชน) หรือ RPC ซึ่ง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยระหว่างการชุมนุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารได้นำเอกสารเชิญ กรรมการผู้จัดการบริษัท รอยัล ปอร์ชเลน จำกัด(มหาชน)และหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เลิศทรัพย์ พบพนักงานตรวจแรงงาน ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสระบุรีมาแจกให้กับผู้ชุมนุม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;โดยล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา แรงงานบริษัทดังกล่าวได้นอนบริเวณบาทวิถีหน้าสำนักงานดังกล่าว และในวันนี้ผู้ชุมนุมได้เตรียมตั้งเต็นท์เพื่อปักหลักชุมนุมต่อไป (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง &lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/15624" target="_blank"&gt;[1]&lt;/a&gt; &lt;a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/15627" target="_blank"&gt;[2]&lt;/a&gt;)&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-5341313402123049322?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/5341313402123049322/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=5341313402123049322' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5341313402123049322'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5341313402123049322'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='รัฐสวัสดิการคือทางออกในวิกฤติเศรษฐกิจ!!!'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SaPrlHWHLoI/AAAAAAAACcA/oJ7FEM4ejwI/s72-c/23022009584.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-5803644959635506725</id><published>2008-09-28T23:00:00.000-07:00</published><updated>2008-10-18T10:33:01.106-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์“การเมืองใหม่ต้องเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ระบบลูกขุน ลดงบประมาณทหาร และสร้างรัฐสวัสดิการ”</title><content type='html'>ณ อนุสรณ์สถาน ญาติวีรชน 14 ตุลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SPodp-zpQ-I/AAAAAAAABq4/bz4xoN6CLwk/s1600-h/c5]"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5258548121979929570" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SPodp-zpQ-I/AAAAAAAABq4/bz4xoN6CLwk/s320/c5%5D%27dkiIN.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เสนอ “การเมืองใหม่” โดยอ้างว่าเป็นผู้จุดประกายการปฏิรูปการเมืองผ่าทางตัน “การเมืองแบบเก่า” ที่เต็มไปด้วยนักการเมืองซื้อเสียง การคอร์รัปชั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็น “เจ้าภาพ” เพื่อการสร้างประชาธิปไตย เพราะการเคลื่อนไหวและเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯที่ผ่านมาล้วนลดบทบาทและไม่เชื่อมั่นในอำนาจและความคิดของประชาชนคนธรรมดา ไม่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ นายกฯพระราชทาน , การเลือกตั้งผสมการสรรหา (เมื่อสังคมไม่ตอบรับก็เปลี่ยนมาเป็นเลือกตั้งทั้งหมดแต่มาจากสาขาอาชีพครึ่งหนึ่ง) ดังนั้น “การเมืองใหม่” ของกลุ่มพันธมิตรจึงเป็นแค่เพียงการเมืองใหม่ (สูตรโบราณ) เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความพยายามเสนอโครงการทางการเมืองออกมาอย่างเป็นรูปธรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ เฉพาะหน้าเป็นไปเพื่อเป้าหมายทำลายศัตรูทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มีข้อเสนอเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมอย่างแท้จริง ไม่มีอุดมการณ์ที่จะสร้างการเมืองใหม่ที่แท้จริงแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้เป็นคนกลุ่มแรกที่พยายามเสนอการเมืองใหม่ เพราะการปฏิรูปสังคม-การเมือง เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนพยายามเสนอและผลักดันให้เป็นจริงตลอดมา ที่ชัดเจนที่สุดคือข้อเสนอจากเวทีสมัชชาสังคมไทยเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ที่พูดถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ขบวนการภาคประชาชน เพิ่มอำนาจประชาชนคนธรรมดา ลดอำนาจรัฐ ตัวอย่างข้อเสนอที่ก้าวหน้าได้แก่ การลดงบประมาณกองทัพ การเสนอให้มีการเลือกตั้งได้จากสถานที่ทำงาน การเสนอระบบลูกขุนและการสร้างรัฐสวัสดิการ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สหภาพแรงงาน นักศึกษา ประชาชนและองค์กรแนวร่วมในฐานะที่เป็นองค์กรภาคประชาชนเล็งเห็นว่าเราต้องปฏิรูปสังคมที่เป็นอิสระจากพันธมิตรฯ จึงควรมีข้อเสนอโครงการทางการเมืองของเราเอง จากการประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อนำเสนอต่อสังคมและจัดกิจกรรมรณรงค์ที่เป็นอิสระจากทั้งฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้เกิดการปฏิรูปสังคมการเมืองที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนธรรมดาจริงๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การปฏิรูประบบการเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.1 สนับสนุนให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงจากประชาชน ต้องยกเลิกสมาชิกวุฒิสภา อันเนื่องมาจากมีความซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น โดยสมาชิกสภาต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.2 ต้องลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคของการรวมตัวตั้งพรรคการเมืองของประชาชน เช่น ไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียน มีสาขาพรรค และจำนวนสมาชิกตามที่กำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.3 เน้นการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแปรตามจำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งตามสถานที่ทำงาน เพื่อให้แรงงานสามารถมีผู้แทนของตนเองในพื้นที่ที่ทำงานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การกระจายอำนาจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาคที่เน้นการรวมศูนย์จากส่วนกลาง แต่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปกครองตนเองผ่านการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ปฏิรูประบบศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.1 ต้องลดอำนาจของศาลที่มีอยู่เดิม อันเนื่องมาจากผู้พิพากษาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราเสนอให้ใช้ระบบลูกขุนที่มาจากการประชาชนธรรมดามาแทนผู้พิพากษาในระบบราชการแบบเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.2 ยกเลิกโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นรูปแบบของการลงโทษที่ป่าเถื่อนและไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.3 ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งเป็นกฎหมายที่ล้าหลังและคลั่งชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ปฏิรูปกองทัพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.1 ต้องลดงบประมาณของกองทัพ เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสภาวะสงคราม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องนำงบประมาณจำนวนมากไปใช้สำหรับการส่งเสริมแสนยานุภาพของกองทัพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.2 เสนอให้ย้ายค่ายทหารออกจากเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวสำหรับสร้างสวนสาธารณะ และศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่คนจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. ปฏิรูประบบโครงสร้างภาษี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องยกเลิกภาษีทางอ้อม (VAT) ที่เก็บจากประชาชนธรรมดา และต้องเก็บภาษีทางตรง ภาษีที่ดิน ภาษีมรดกในอัตราก้าวหน้าจากคนรวยและอภิสิทธิ์ชนซึ่งมีจำนวนมากในประเทศไทย มาใช้เพื่อสร้างสวัสดิการให้แก่คนจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. รัฐสวัสดิการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.1 ต้องมีการปฏิรูปที่ดินที่รวมศูนย์อยู่กับนายทุนไม่กี่คนให้แก่ คนจน และเกษตรกร ที่ปราศจากที่ดินหรือมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.2 ต้องสร้างรัฐสวัสดิการ ซึ่งหมายความถึง ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล การศึกษา และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพในราคาถูกหรือฟรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.3 ต้องยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งเสรี โดยรัฐจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมายและมีมาตรฐานทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัย&lt;br /&gt;6.4 ต้องมีการขยายมาตรการ 6 เดือนของรัฐบาล เช่น รถเมล์ ค่าน้ำ ค่าไฟฟรี ให้มากกว่าเป็นแค่มาตรการเฉพาะหน้า โดยต้องยกระดับการให้บริการการขนส่งมวลชน การไฟฟ้า ประปา และอื่นๆ ให้มีคุณภาพและมีราคาถูกที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.5 ยกเลิกแรงงานนอกระบบ และการเอาเปรียบแบ่งแยกแรงงานข้ามชาติ โดยผู้ใช้แรงงานทุกคนต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเหมือนกันทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. จะมีการรณรงค์แจกใบปลิวและสร้างเวทีพูดคุยกับประชาชนทั่วไป และขบวนการภาคประชาชนอื่นๆเกี่ยวกับการเมืองใหม่ของภาคประชาชน โดยกิจกรรมแรกของพวกเรา คือ แจกใบปลิวและให้ข้อมูลประชาชนที่สวนจตุจักร วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2551 เวลา 11.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. กลุ่มประกายไฟ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8040996340656870611-5803644959635506725?l=prakaifire.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://prakaifire.blogspot.com/feeds/5803644959635506725/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8040996340656870611&amp;postID=5803644959635506725' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5803644959635506725'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8040996340656870611/posts/default/5803644959635506725'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://prakaifire.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='แถลงการณ์“การเมืองใหม่ต้องเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ระบบลูกขุน ลดงบประมาณทหาร และสร้างรัฐสวัสดิการ”'/><author><name>bus4530219</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05639114857317345894</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_2yA_2bUHmLk/SPodp-zpQ-I/AAAAAAAABq4/bz4xoN6CLwk/s72-c/c5%5D%27dkiIN.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8040996340656870611.post-223256096770443761</id><published>2008-07-26T09:53:00.000-07:00</published><updated>2008-07-26T10:17:11.651-07:00</updated><title type='text'>สังคมนิยมประชาธิปไตย ทางที่ภาคประชาชนต้องไปให้ไกลกว่า 6มาตรการฉุกเฉิน6เดือน</title><content type='html'>&lt;p align="right"&gt;&lt;br /&gt;ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี&lt;br /&gt;กลุ่มประกายไฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;“รัฐสวัสดิการ เป็นระบบที่อยู่ตรงข้ามกับระบบทุนนิยมทั้งทางปฏิบัติและตรรกะ แต่ระบบทุนนิยมจะดำรงอยู่ไม่ได้หากปราศจากรัฐสวัสดิการ”วอลเตอร์ คอร์ปี&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ทำไมต้องสังคมนิยมประชาธิปไตย?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับฝ่ายซ้ายทั่วไปอาจตั้งข้อสงสัยกับหัวข้อ ว่าสังคมนิยมมันต้องเป็นประชาธิปไตยในตัวอยู่แล้วมิใช่หรือ แล้วทำไมต้องมีประชาธิปไตยต่อท้าย มันมีด้วยหรือ สังคมนิยมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย....เพื่อความเข้าใจตรงกัน...การใช้คำว่าสังคมนิยมประชาธิปไตย(Socialism Democracy)ในที่นี้เพื่อเป็นภาพสะท้อนระบบเศรษฐกิจสังคมที่เราสามารถจินตนาการถึงได้ในบริบทปัจจุบัน ที่ก้าวหน้ากว่ารัฐอุตสาหกรรมทั่วไปในยุโรปตะวันตก ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า สังคมประชาธิปไตย(Social Democracy) พูดง่ายๆคือแบบหลังเป็นรัฐทุนนิยมประชาธิปไตยทั่วไปที่มีฐานคติการอยู่ร่วมกันระหว่างชนชั้นดังนั้น รัฐจึงมีหน้าที่ในการจัดการกับความไม่เท่าเทียมต่างๆในสังคมเพื่อ ให้สังคมสามารถอยู่รอดด้วยกันได้ (ดังที่ได้เสนอไปในบทความว่าด้วยการปฏิรูปการเมืองของลัทธิแก้) ขณะที่อย่างแรก-สังคมนิยมประชาธิปไตยที่เราจะพูดถึงคือระบบเศรษฐกิจการเมืองที่มองสังคมอยู่บนฐานของความขัดแย้งทางชนชั้น และรัฐของชนชั้นล่าง(ซึ่งพรรคการเมืองของผู้ใช้แรงงานอาจชนะการเลือกตั้งในระบบรัฐสภา) ต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้ชนชั้นล่างซึ่งเป็น คนส่วนใหญ่ในสังคมมากที่สุด มีการต่อสู้ทางชนชั้นตลอดเวลา.....และแม้ประชาชนยังกินดีอยู่ดีก็ยังมีสำนึกผลประโยชน์ทางชนชั้นสูงและรัฐบาลไม่ว่าพรรคซ้ายหรือขวาก็มิอาจที่จะลดทอนผลประโยชน์ทางชนชั้นได้ ประเทศที่มีแนวทางใกล้เคียงกับแนวคิดนี้ ที่พอจะจัดได้ก็เช่น สวีเดน เดนมาร์ค ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ โดยเฉพาะสวีเดนที่ไม่มีทรัพยากรน้ำมัน หรือทรัพยากรธรรมชาติอะไรมากมายเช่นประเทศเพื่อนบ้าน คงมีแต่อุตสาหกรรม และเกษตรเท่านั้น (ซึ่งไทยยังมีโรงงานและพื้นที่การเกษตรมากกว่าแน่นอน) แต่ก็ยังคงความเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตยอย่างเหนียวแน่น และเมื่อการจัดวัดคุณภาพชีวิตประชากรประเทศกลุ่มนี้ก็ติดอันดับต้นๆทุกครั้งไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุที่เราจำเป็นต้องพูดถึงแนวทางสังคมนิยมประชาธิปไตย....คงไม่พ้นเรื่องการประกาศ6มาตรการฉุกเฉิน6เดือนของรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชนในภาวะน้ำมันแพง อันประกอบด้วย 1.มาตรการลดภาษีน้ำสรรพสามิตน้ำมันทั้งดีเซล ก๊าซโซฮอลล์ ทั้ง 91 และ 95 2.มาตรการชะลอปรับราคาก๊าซหุงต้ม 3.มาตรการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน 4.ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าของครัวเรือน 5.มาตรการลดค่าเดินทางรถโดยสารประจำทาง และ6.มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถไฟชั้น 3 แม้จะมีข้อถกเถียงว่ามีสาระเป็นไปในลักษณะประชานิยมเพื่อซื้อสียงประชาชนล่วงหน้าจากกลุ่มพันธมิตร แต่สำหรับภาคประชาชนแล้วนี่คือโอกาสที่เราต้องผลักดันหลักคิดอะไรบางอย่างเพื่อโหนกระแส 6มาตรการ6เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อสามและข้อสี่ ซึ่งมีลักษณะเป็นประเด็นทางชนชั้นอย่างชัดเจน ที่ยกเลิกการเก็บค่าน้ำ-ไฟสำหรับผู้ที่ใช้น้ำไฟ-น้อยไม่ถึงกำหนด รวมถึงการโดยสารรถโดยสารไม่ปรับอากาศฟรี (แม้จะแปลกๆที่ฟรีคันเว้นคัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะชื่นชม กับนโยบายเหล่านี้ เราอาจตั้งคำถามต่อไปอีกได้ว่า รัฐบาลพลังประชาชน มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไทยสู่ สังคมประชาธิปไตย สังคมนิยมประชาธิปไตย หรือกระทั่งสร้างรัฐสวัสดิการได้หรือไม่? ...คำถามนี้เป็นคำถามใหญ่ พรรคไทยรักไทย(พลังประชาชน) ทำให้แปลกใจได้เสมอ กับนโยบายสวัสดิการสังคมต่างๆ แต่ประเด็นสำคัญที่เราต้องเน้นย้ำถึงตรรกะในการชื่นชมนโยบายเหล่านี้ของเรา ว่ามันไม่ใช่เกิดจากความใจดีมีเมตตาของรัฐบาล....อาจจะฟังดูมองแบบกลไกแต่ก็สามารถอธิบายได้ว่า นโยบายต่างๆเป็นภาพสะท้อนความขัดแย้งทางชนชั้นที่มีอยู่ในสังคมทั้งเปิดเผยและซ่อนเร้น รัฐบาลนายทุนไม่โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าสภาพทุกวันนี้วิกฤติมาก ค่าครองชีพที่สูงขึ้นกว่าร้อยละ40 ไม่มีทางให้ชนชั้นล่างยอมจำนนกับระบบได้อย่างมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;6มาตรการฉุกเฉินสู่รัฐสวัสดิการ?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีข้อถกเถียง เสมอว่านโยบายดังกล่าวจะยั่งยืนยาวนานแค่ไหน เราจำเป็นต้องเน้นย้ำว่าการจัดสวัสดิการต้องดีขึ้นและไม่สามารถที่จะยกเลิกได้ ปัญหาอยู่ที่งบประมาณของรัฐบาล...ซึ่งตรงนี้สามารถตอบคำถามได้ว่า รัฐบาลพลังประชาชน คงไม่สามารถพัฒนาสู่ สังคมประชาธิปไตย หรือสังคมนิยมประชาธิปไตยอย่างแน่นอน เพราะไม่มีนโยบายใดที่จะไปสะกิดขนหน้าแข้งของนายทุน งบประมาณการจัดการต่างๆย่อมมีจำกัดอย่างแน่นอน เส้นทางที่เป็นไปได้คือ การจัดสวัสดิการแบบเครือข่ายปลอดภัยทางสังคม ซึ่งภาคประชาชนส่วนหนึ่งพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็พยายามสนับสนุนเพราะ จัดการได้ง่ายกว่า...และไม่กระทบต่อชนชั้นนายทุน เพราะงบประมาณยังคงเป็นเศษเนื้อที่พวกเขาโยนให้ แค่มีการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้นเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4IJYkhI/AAAAAAAABkg/uvbC6laVdKo/s1600-h/iskra_20080721-233244.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5227369513776353810" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4IJYkhI/AAAAAAAABkg/uvbC6laVdKo/s320/iskra_20080721-233244.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;&lt;/a&gt;ภาพการ์ตูนล้อการลดการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ปัญหาทางการคลังต้องแก้ไข ด้วยการเก็บภาษีมรดกและภาษีอัตราก้าวหน้า....เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันมามากแล้ว แต่เพื่อการขยายวงของการถกเถียงให้กว้างขวางขึ้น...เราจำเป็นต้องเข้าใจตรรกะของวิธีการคิดของการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า ในแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่ง คนส่วนใหญ่ของประเทศจะได้ประโยชน์ มีผลสำรวจพบว่าถ้าไทยเก็บภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้า ถึงร้อยละ50 จะมีผู้ได้รับประโยชน์ถึงร้อยละ62ของประชากรประเทศ-ซึ่งคนกลุ่มนี้คือผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม ยังไม่นับรวมผู้ที่จ่ายภาษีเพิ่ม แต่ได้รับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ตนไม่เคยได้รับ สำหรับเมืองไทยผู้ที่เสียประโยชน์เป็นเพียงส่วนน้อยนิดของประเทศซึ่งชีวิตมั่นคงด้วยการสะสมทุนรุ่นต่อรุ่นและไม่ประสบปัญหาเดือดร้อนยามเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ....พูดง่ายๆคือถ้ามีการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า....ผู้ที่มีรายได้ ต่ำกว่า2หมื่นบาทอาจไม่ต้องเสียภาษีด้วยซ้ำ เพราะเท่านี้พวกเขาก็แทบไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพแล้วด้วยซ้ำ แต่เราควรไปเก็บภาษีจากบรรษัทยักษ์ใหญ่ ผู้บริหารCEOต่างๆ หรือหากเราคิดด้วยฐานของชนชั้นนายทุน การเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าสร้างรัฐสวัสดิการก็ไม่ได้เป็นอะไรที่เลวร้ายเสมอไป พวกเขาสามารถออกจากบ้านกำแพงสูงได้โดยไม่ต้องระวังเรื่องอาชญากรรม แม้แต่กับบรรษัทยักษ์ใหญ่เอง ก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำประกันบริษัทเอกชนให้พนักงานได้ รัฐสวัสดิการจะเป็นการลดความกดดันของผู้ประกอบการจากการประท้วงของผู้ใช้แรงงาน เพราะชนชั้นแรงงานที่รวมตัวกันข้ามสถานประกอบการในกลุ่มวิชาชีพเดียวกันก็จะไปกดดันเรียกร้องกับรัฐบาลเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp0.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4bCSRPI/AAAAAAAABko/UqZu9h9Tvpk/s1600-h/poverty.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5227369518846854386" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp0.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4bCSRPI/AAAAAAAABko/UqZu9h9Tvpk/s320/poverty.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;อัตราความยากจนในประเทศอุตสาหกรรม สวีเดน-ประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตย มีต่ำที่สุด(BBC)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เป็นไปได้แค่ไหน?&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยกเมฆขึ้นมา สวีเดนและประเทศแทบสแกนดิเนเวีย เป็นกลุ่มประเทศที่มีบรรยากาศน่าลงทุนที่สุดในโลกทั้งๆที่มีภาษีสูงอันดับต้นๆของโลก เราลองคิดภาพดูถ้าเราสามารถใช้จุดเปลี่ยนจาก 6มาตรการ6เดือนของรัฐบาลผลักดันให้เกิดการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า และพัฒนาสวัสดิการให้ก้าวไกลมากกว่าแค่6มาตรการ เช่นรถเมล์ของรัฐบาลควรจะฟรีทุกสาย และในสายที่รถเอกชนร่วมบริการ รัฐบาลก็ควรจัดบริการเพิ่มขึ้น เรื่องน้ำมันและพลังงานควรเข้าไปควบคุม ปตท หรือบริษัทกลั่นน้ำมันต่างๆ รวมถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่แปรรูป รวมถึงมหาวิทยาลัย ต้องโอนกลับมาเป็นของรัฐอีกครั้ง และขยายสวัสดิการทุกอย่างให้รอบด้าน&lt;br /&gt;ทุกวันนี้เราเสียงบประมาณประเทศไปด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่น งบประมาณด้านทหารและความมั่นคง งบประมาณด้านการรณรงค์ของฝ่ายจารีตนิยม ของกระทรวงวัฒนธรรม เงินเดือนของนักการเมืองมากมายมหาศาล ทั้งสส. และสว. และแม้กระทั่ง ค่าใช้จ่ายให้ ชนชั้นอภิสิทธิ์ในสังคมที่เปล่าประโยชน์ไม่ว่าจะมองจากมุมซ้ายหรือขวาที่คิดแล้วร้อยละ3ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เมื่อพิจารณากลุ่มประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตย เราจะพบว่านักการเมืองของประเทศเหล่านั้นมีเงินเดือนมากกว่าพนักงานไปรษณีย์อยู่ไม่กี่เท่า ซึ่งตรงข้ามกับเมืองไทยปัจจุบันโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://bp3.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4j_crcI/AAAAAAAABkw/PcoRN1dRTfg/s1600-h/coup.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5227369521250872770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://bp3.blogger.com/_2yA_2bUHmLk/SItY4j_crcI/AAAAAAAABkw/PcoRN1dRTfg/s320/coup.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;ทหารไทยที่ไม่เคยรบชนะชาติไหนยกเว้นประชาชนของตัวเอง กินงบประมาณมากกว่างบประมาณด้านสาธารณสุขเสียอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;จาก6มาตรการ เราจะพบหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่แม้กระนั้น ในฝ่ายเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ ก็ยังออกมาสนับสนุนและพูดว่า นโยบายดังกล่าวออกมาช้าเกินไป ซึ่งตรงนี้จะตรงกับหลักคิดของ วอลเตอร์ คอร์ปี นักวิชาการด้านแรงงาน ที่ว่า รัฐสวัสดิการเป็นระบบที่อยู่ตรงข้ามกับระบบทุนนิยมแต่ระบบทุนนิยมต้องการการมีอยู่ของรัฐสวัสดิการ เพราะสามารถแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อได้ แต่จากข้อสัมภาษณ์ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็ทำให้เราต้องระมัดระวัง เพราะพวกเขาบอกว่าเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะค่าใช้จ่ายไม่มากเกินไป ซึ่งเราต้องเน้นย้ำต่อไปว่าเราไม่สามารถพอพอใจกับเศษเนื้อเหล่านี้แน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานเขียน จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ยังคงสามารถอธิบายถึงสิ่งที่เราควรเรียกร้องได้ดี....เราจำเป็นต้องตั้งคำถามต่อเหล่าชนชั้นปกครอง ต่อไปว่าแล้วเหตุใดเราจะมีชีวิตแบบนั้นไม่ได้ มองกลับไปที่เหล่าประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตยอีกครั้ง ลองคิดดูถ้าวันหนึ่งประเทศของเราเป็นอย่างนั้น เราไม่ต้องดิ้นรนจนสิ้นลมหายใจ เช่นปัจจุบัน เราไม่ต้องไปหารายได้เสริม ดิ้นรนกับชีวิต เพราะเราก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ด้วยเหตุผลคือรัฐจัดสรรคุณภาพชีวิตที่ดีให้เราอยู่แล้ว การหาเงินมามากก็นำสู่การเสียภาษีมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ทำให้คนขาดแรงจูงใจในการทำงาน เราพบว่า แรงงานในสวีเดน กว่า ร้อยละ26 ทำงานโดยไม่มีเงินเดือน ...ในฐานะอาสาสมัคร มูลนิธิ และหน่วยงานสาธารณะในชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแค่มองพื้นที่อื่นที่เราไม่คุ้นเคยไม่รู้จักมากมายมากไปกว่าคำบอกเล่าและตัวหนังสือ มันจะดีแค่ไหนถ้าประเทศของเรา....สถานที่ที่เราผูกพันและคุ้นเคยเป็นอย่างนั้นบ้าง ....เมื่อไรที่เราจะเปลี่ยนจากสัตว์(ที่แก่งแย่งแข่งขัน) สู่การเป็นมนุษย์ (ที่โอบอุ้มกัน) เสีย
